กลับไปแม่เปคี ภายหลั ง สงครามโลกเริ่ ม สงบลง ประมาณ พ.ศ.๒๔๘๗ ชาวบ้ า นจึ ง ย้ า ยกลั บ มารวมกันที่ เต่อพิหลู่ซึ่งเป็นชื่อเรียกตามสันเขา มีสมาชิกอยู่ด้วยกัน ๒๐ หลังคาเรือนมีนายกวาแฮเป็นผู้นาชุมชน ชาวบ้านอาศัยทากินอยู่ได้ประมาณ ๕ ปี ก็ได้อพยพเคลื่อนย้ายถิ่นฐานอีกเป็นจานวน ๔ ครั้ง คือ ย้าย กลับไปที่น่อโค๊ะเบะ (เรียกตามชื่อหญ้าชนิดหนึ่งในไร่) เก่อเนเป่อ (เรียกตามชื่อของต้นผึ้ง) เก่อฮอปู่ (เรียกตามชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง) และทีคอโคล๊ะ (มีความหมายว่าน้าเข้ารู) การตั้งถิ่นฐานในแต่ละแห่ง จะอาศัยอยู่ราว ๓-๕ ปี แล้วโยกย้ายตามพื้นที่ทากินไป จนกระทั้ งประมาณ พ.ศ.๒๕๐๖ จึงได้ย้ายถิ่น ฐานมาอยู่ แม่อมกิ มีสมาชิกด้วยกัน ๓๐ หลังคาเรือน ช่วงเวลา ๒-๓ ปีหลัง จากนั้นทางการได้เข้ามา ออกสาเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนให้ นายกวาแฮซึ่งยังคงเป็นผู้นาชุมชนในขณะนั้นจึงเป็นผู้นา ทางการคนแรกของหมู่บ้าน ปัจจุบันยังไม่สามรถระบุได้ว่าบรรพบุรุษของชาวบ้านแม่อมกิอพยพมาจากที่ไหนและเมื่อไหร่ สามารถบ่งบอกได้เพียงตั้งแต่ช่วงระยะเวลาที่มีคนเฒ่าคนแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่และจาความได้เท่านั้นและการ ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยของชาวบ้านกลุ่มนี้ ได้มีการโยกย้ายไปมาหลายครั้ง โดยมีสาเหตุหลักคือย้ายไปตาม พื้นที่การเพาะปลูก การหาฟืน ของป่า แหล่งน้าและประเพณีความเชื่อ ซึ่งแต่ละที่จะอยู่ในบริเวณรัศมี ประมาณ ๓ กิโ ลเมตรจากบ้ านแม่อมกิปัจจุบัน สมัยก่อน พ.ศ.๒๕๐๐ ชาวบ้านจะอาศัยอยู่กันเป็น ครอบครัวใหญ่ ดังนั้นในแต่ละช่วงจะไม่เห็นความเปลี่ยนเกี่ยวกับจานวนบ้านเรือน เชื่อว่าในความเป็น จริงแล้วบรรพบุรุษของชาวบ้านแม่อมกิได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยก่อนอย่างยาวนาน ประวัติการโยกย้ายตั้งถิ่นฐานที่สาคัญ เริ่มจากบ้านแม่เปคี (ไม่แน่ชัดว่าเริ่มก่อตั้งเมื่อใด) แต่มี ชาวบ้านอยู่อาศัยต่อเนื่ องกัน มาก่อนหน้าจนถึงประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๖ จึงได้ย้ายไปตั้งหมู่บ้านใหม่ บุคคลที่ยังจาความได้และให้ข้อมูล คือนางปิ๊นิ ปัจจุบัน อายุ ๙๖ ปี เป็นคนที่เกิดที่หมู่บ้านนี้จนกระทั่ง อายุประมาณ ๑๐ ปีก่อนย้ายไปหมู่บ้านอื่น ขณะที่อาศัยอยู่หมู่บ้านนี้ผู้นาชุมชน (เก๊าผี) ชื่อ นายโตเชอมีชาวบ้านจานวน ๒๓ หลังคาเรือน ต่อมาย้ายจากบ้านแม่เปคีมาตั้งหมู่บ้านใหม่ที่บ้านแม่อมกิทั้งหมด เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๖–๒๔๖๘ โดยผู้นาชุมชนยังคงเป็นนายโตเชอ ในการย้ายมาครั้งนี้ชาวบ้าน อาศัยอยู่ได้ราว ๒ ปีก็ย้ายไปยังบ้านปีฮิกละและย้ายไปอยู่ที่บ้านเหนาะโค๊ะเปะทั้งหมด เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๒-๒๔๗๗ มีจานวนชาวบ้านทีอ่ ยู่อาศัยอยู่จานวน ๒๓ หลังคาเรือน ต่อมาชาวบ้านประมาณ ๒๐ หลังคาเรือน ย้ายจากบ้านเหนาะโค๊ะเปะไปตั้งหมู่บ้ านใหม่อยู่ที่ บ้านหย่าโซะโกละ เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๗๗–๒๔๘๕ และทั้งหมดได้ ย้ายไปอยู่รวมกันอีกครั้งที่บ้าน เคลอเยปู เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๕–๒๔๘๗ เมื่ออยู่ได้ประมาณ ๒ ปี ในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ และทหารญี่ปุ่นได้เดินทัพผ่านมาตามเส้นทางเข้าบ้านแม่อมกิ ทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาตั้งค่ายพักชั่วคราว และเดินทางผ่านเข้าไปยังประเทศพม่าและอินเดีย ชาวบ้านจานวนมากจึงได้หนีกระจายตัวไปยัง ตาม บริเวณใกล้เคียง และมีบางส่วนกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านเดิม หลังจากที่ทหารญี่ปุ่นเข้ามารบกวนจนทาให้ชาวบ้านแตกกระกระจาย ส่วนหนึ่งได้หนีไปอยู่ที่ บ้านแม่อมกิ และหลังจากที่สถานการณ์สงบแล้ว ชาวบ้านต่างก็ทยอยไปอยู่รวมกันที่บ้านแม่อมกิ ใช้เวลา ประมาณ ๒ ปีชาวบ้านทั้งหมดก็มารวมตัวกัน หมดอีกครั้ง เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๗-๒๔๙๑ ขณะนั้นมี ผู้นาชุมชน คือ นายวาแฮ ต่อมาได้โยกย้ายจากบ้านม่อมกิมาที่บ้านเหนาะโค๊ะเปะอีกครั้ง เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๙๒ ซึ่งอาศัยอยู่ได้เพียงปีเดียว ก็ได้ย้ายมาที่บ้านกะแนเปอ เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๙๒–๒๔๙๕ ๕๘

Select target paragraph3