ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บทสรุป ผู้บริหาร หลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติเป็นหลักส�ำคัญของสิทธิมนุษยชน ซึ่งปรากฏให้เห็นจากตราสาร ระหว่างประเทศหลายฉบับ เริ่มตั้งแต่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ค.ศ. ๑๙๔๘ (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคไว้ว่า “มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันใน ศักดิ์ศรีและสิทธิ ต่างมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยเจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ” นอกจากนี้ ยังวาง หลักการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิและอิสรภาพบรรดาที่ก�ำหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจาก ความแตกต่างไม่วา่ ชนิดใด ๆ …” ส�ำหรับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ก็ได้วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ ไว้ว่า “บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันตามกฎหมาย และมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดย ปราศจากการเลือกปฏิบัติใด ๆ …” นอกจากนี้ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights หรือ ICESCR) วางหลักเกี่ยวกับความ เสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบตั ไิ ว้วา่ “รัฐภาคีแห่งกติกานีร้ บั ทีจ่ ะประกันว่าสิทธิทงั้ หลายทีร่ ะบุไว้ในกติกานีป้ ราศจาก การเลือกปฏิบัติใด ๆ …” จะเห็นได้ว่าหลักการความเสมอภาค หรือหลักความเท่าเทียมกัน และการห้ามเลือกปฏิบัติ เป็นหลักส�ำคัญที่ปรากฏอยู่ในตราสารระหว่างประเทศอื่นในกรอบของสหประชาชาติ รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคและถ่ายทอดไปยังกฎหมายภายในของประเทศต่าง ๆ ส�ำหรับประเทศไทยนั้น มีพันธกรณีตามความตกลง ระหว่างประเทศหลายฉบับที่มีหลักการดังกล่าว ในระดับกฎหมายภายในของไทยนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทยที่ผ่านมาหลายฉบับก็ได้รับรองหลักความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ ส�ำหรับสภาพปัญหาเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติในประเทศไทยนั้น หากพิจารณาในส่วนของการร้องเรียน ในกระบวนการทางกฎหมาย พบว่า มีการเรียกร้องสิทธิหรือประเด็นพิพาททางกฎหมายหลายมิติ เช่น คดีของศาล ปกครอง คดีของศาลรัฐธรรมนูญ ส�ำหรับการร้องเรียนในกรอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็พบว่า มีค�ำร้องที่มีประเด็นอ้างว่าถูกเลือกปฏิบัติเป็นจ�ำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากสภาพข้อเท็จจริงและการ ร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติและการเรียกร้องความเสมอภาคในประเทศไทย พบว่าบุคคลผู้ถูกกระทบสิทธิมักจะ กล่ า วอ้ า งว่ า ถู ก เลื อ กปฏิ บั ติ เ มื่ อ มี ก ารปฏิ บั ติ ที่ แ ตกต่ า งกั น ระหว่ า งกรณี ห รื อ ข้ อ เท็ จ จริ ง ที่ มี ลั ก ษณะเหมื อ นกั น นอกจากนี้ หากพิจารณากฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ ถูกน�ำไปบัญญัติไว้ในกฎหมายหลายฉบับอย่างกระจัดกระจาย อีกทั้งขอบเขตของกฎหมายดังกล่าวยังมีความแตกต่าง กันไปอีกด้วย จึงน�ำมาสูป่ ระเด็น��ัญหาของการวิจยั นีว้ า่ การเลือกปฏิบตั ใิ นบริบทของกฎหมายสิทธิมนุษยชนนัน้ มีขอบเขต และองค์ประกอบอย่างไรบ้างการกล่าวอ้างว่ามีการเลือกปฏิบตั ิ ตลอดจนข้อเท็จจริงและข้อพิพาทในบริบทกฎหมายต่าง ๆ เหล่านั้น สามารถจัดอยู่ในขอบเขตของการเลือกปฏิบัติตามนัยของกฎหมายสิทธิมนุษยชนหรือไม่ อย่างไร 6

Select target paragraph3