78
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๕
แรงงานไทยไปท�ำงานต่างประเทศ พบว่า แรงงานไทยไปท�ำงานต่างประเทศ มักถูกบริษัท
จัดหางาน สายนายหน้าหลอกลวงหรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายสูงเกินความเป็นจริง จ่ายค่าบริการแล้วไม่ได้รับ
การจัดส่งไปท�ำงาน หรือจัดส่งไปท�ำงานแล้วแต่ไม่สามารถเข้าประเทศปลายทาง หรือถูกส่งไปท�ำงาน
ผิดกฎหมาย หรือส่งไปท�ำงานแล้วแต่ไม่มีงานให้ท�ำและถูกลอยแพในต่างประเทศ เป็นต้น ปี ๒๕๕๕
กระทรวงแรงงานได้ อ อกค� ำ สั่ ง ระงั บ การจั ด ส่ ง แรงงานไทยไปท� ำ งานที่ ป ระเทศอิ ส ราเอล และสั่ ง พั ก
ใบอนุญาตบริษัทจัดหางาน ๓๗ แห่งชั่วคราว และให้กรมการจัดหางานแก้ไขระเบียบการเก็บค่าบริการ
และค่าใช้จ่ายให้รัดกุม ปัญหาส�ำคัญพบว่า การบังคับใช้กฎหมายยังไม่มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้
สายนายหน้าสามารถหลอกลวงคนงานได้โดยง่าย รวมทั้งการเปิดช่องให้บริษัทจัดหางานเรียกเก็บเงิน
ค่าบริการสูงกว่าอัตราที่กฎหมายก�ำหนด
การให้สัตยาบันอนุสัญญาหลักขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ส�ำคัญ
๒ ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและ
คุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง ซึ่งรัฐบาล
ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะด�ำเนินการอย่างไร ซึ่งทางกระทรวงได้มีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่อง
การให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว รวมทั้งการเคลื่อนไหวรณรงค์ของ กสม. ร่วมกับภาคประชาสังคม
ด้านแรงงานพยายามผลักดันให้มีการรับรองอนุสัญญา ILO ทั้ง ๒ ฉบับ
๓)
การประเมินสถานการณ์สิทธิแรงงาน
ภาพรวมต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยด้านสิทธิแรงงาน ในรอบปี ๒๕๕๕ รัฐบาล
และกระทรวงแรงงาน ได้ผลักดันนโยบายส�ำคัญในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน การเข้าถึง
การคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการหลายด้านมีความก้าวหน้าที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การด�ำเนินนโยบายขึ้น
ค่าจ้างขั้น���่ำ ๓๐๐ บาทเท่ากันทั่วประเทศ การประกาศกฎกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ ๑๔ (พ.ศ. ๒๕๕๕)