73
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๕
๒.๔.๒ การพัฒนาธุรกิจกับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
๑)
เกณฑ์กำรประเมินสถำนกำรณ์เกี่ยวกับกำรพัฒนำธุรกิจกับ
กำรอนุรักษ์มรดกทำงวัฒนธรรม
(๑) อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยการคุ ้ ม ครองมรดกโลกทางวั ฒ นธรรมและทางธรรมชาติ
(Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage)
(๒) อนุสญ
ั ญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมทีจ่ บั ต้องไม่ได้ (Convention
for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage)
(๓) กติ การะหว่ า งประเทศว่าด้วยสิท ธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒ นธรรม
(InternationalConvenant on Economic Social and Cultural Rights : ICESCR)
(๔) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๖ บัญญัติว่า
บุคคลซึ่งรวมกันเป็นชุมชน ชุมชนท้องถิ่น หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ย่อมมีสิทธิอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีต
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและของชาติและมีส่วนร่วมในการจัดการ
การบ�ารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความหลากหลายทาง
ชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืน
๒)
สถำนกำรณ์เกี่ยวกับกำรพัฒนำธุรกิจกับกำรอนุรักษ์มรดกทำงวัฒนธรรม
ชุมชนเยาวราชเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวจีน และได้สร้างครอบครัวขยายเป็นชุมชนชาวไทย
เชื้อชาติจีน มีการปลูกสร้างวัดจีนและศาลเจ้าจีน เป็นที่พึ่งด้านจิตใจ เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทาง
ศาสนา และเป็นสถานที่ที่มีความผูกพันทางสังคมของชาวจีน ที่ส�าคัญรวม ๕ แห่ง คือ วัดมังกรกมลาวาส
(วัดเล่งเน่ยยี่) ศาลเจ้ากวางตุ้ง ศาลเจ้าหลีตี่เบี้ย ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ และศาลไต้ฮองกง ซึ่งท�าให้ชาวจีน
ในชุมชนเยาวราชและบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนพื้นที่อื่นเดินทางมาเคารพสักการะ ท�าให้เยาวราชคราคร่ำ
ไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เกิดอาชีพการค้าขายเครื่องเซ่นไหว้ส�าหรับประกอบพิธีกรรมของชาวจีนทั้ง
กระดาษเงินกระดาษทอง ธูป เทียน ฯลฯ และเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจจนเป็นแหล่งธุรกิจทีส่ า� คัญของประเทศ