ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๒.๑.๒ ตราสาร Soft Law ระหว่างประเทศทีว่ างหลักการสากลกว้างๆ เกีย่ วกับความสัมพันธ์ระหว่าง
มนุษย์กบั สิง่ แวดล้อม
ในระดับกติกาสากลระหว่างประเทศนั้น พัฒนาการของการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นจากตราสาร Soft
Law ระหว่างประเทศโดยเริม่ มีพฒ
ั นาการทีเ่ ด่นชัดเมือ่ มีการจัดท�ำปฏิญญาสากลว่าด้วยสิง่ แวดล้อมของมนุษย์ ค.ศ. ๑๙๗๒
(The Declaration of the United Nations Conference on the Human Environment 1972) ณ กรุงสตอกโฮล์ม
(ปฏิญญาสตอกโฮล์ม) ซึ่งได้กล่าวถึงความส�ำคัญของสิ่งแวดล้อมและสิทธิของมนุษย์ในสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรก และในอีก
๒๐ ปีต่อมา จึงเกิดมีปฏิญญาสากลอีกฉบับที่วางหลักการเกี่ยวกับการจัดการและการพัฒนาสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ปฏิญญา
สากลว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ค.ศ. ๑๙๙๒ (Rio Declaration on Environment and Development 1992)
ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร (ปฏิญญาริโอ) ปฏิญญาสากลทัง้ สองฉบับนีไ้ ด้วางกรอบแนวคิดส�ำคัญเกีย่ วกับการคุม้ ครองสิง่ แวดล้อม
และเป็นปฏิญญาตั้งต้นอันน�ำมาซึ่งพัฒนาการในการคุ้มครองหรือจัดการสิ่งแวดล้อมทางกฎหมายระหว่างประเทศในเวลา
ต่อมา
การพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในตราสาร Soft Law ระหว่างประเทศจึงสามารถ
พิจารณาแยกตามปฏิญญาได้ดังต่อไปนี้
๒.๑.๒.๑ ปฏิญญาสตอกโฮล์ม
ปฏิญญาสตอกโฮล์มเป็นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิ่งแวดล้อมฉบับแรกที่ได้มีการกล่าวถึงสิทธิของ
มนุษย์ในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยปรากฏใน Principle 1 ซึ่งมีใจความว่า “มนุษย์มีสิทธิพื้นฐานในเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน
และคุณภาพชีวิตที่ดีเพียงพอในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ” (Man has the fundamental right to freedom, equality
and adequate conditions of life, in an environment of a quality that permits a life of dignity and wellbeing…)
ถ้อยค�ำใน Principle 1 ของปฏิญญาสตอกโฮล์มแสดงให้เห็นถึงการตระหนักในความสัมพันธ์
ระหว่างชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์กับคุณภาพของสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี “สิทธิ” ที่ได้ถูกกล่าวถึงใน Principle 1 ได้แก่
สิทธิในเสรีภาพ ความเท่าเทียมกัน และคุณภาพชีวิตที่ดี โดยไม่ได้มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อมไว้เป็นการเฉพาะ แต่
เป็นการตระหนักว่าคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีมีความส�ำคัญและจ�ำเป็นต่อการใช้สิทธิพื้นฐานของมนุษย์ดังกล่าว22
นอกเหนื อ จากการตระหนั ก ถึ ง ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งสิ่ ง แวดล้ อ มกั บ มนุ ษ ย์ แ ล้ ว ปฏิ ญ ญา
สตอกโฮล์มยังได้กล่าวถึงสิทธิของชนรุ่นหลังในทรัพยากรธรรมชาติไว้ด้วย โดย Principle 2 ของปฏิญญาสตอกโฮล์ม
ก�ำหนดให้ต้องมีการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของมนุษย์ในปัจจุบันและชนรุ่นหลังในอนาคต
(“The natural resources of the earth, …, must be safeguarded for the benefit of present and future
generations…”)
ถ้อยค�ำเนื��้ ความจาก Principle 1 และ Principle 2 ข้างต้น แสดงให้เห็นว่าปฏิญญาสตอกโฮล์ม
มีการตระหนักและรับรองถึงความเชือ่ มโยงระหว่างสิทธิขนั้ พืน้ ฐานของมนุษย์และสิง่ แวดล้อม นอกจากนี้ ปฏิญญาสตอกโฮล์ม
ยังไม่ได้จ�ำกัดความส�ำคัญของสิ่งแวดล้อมต่อมนุษย์ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังได้ค�ำนึงถึงสิทธิของชนรุ่นหลังด้วย อย่างไรก็ดี
ปฏิญญาสตอกโฮล์มยังไม่มีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดล้อม (Right to Environment) ไว้อย่างชัดเจน
22
lbid.
48