105 พนักงานเจ้าหน้าที่จะท�ำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไป อย่างยืดหยุน่ และเหมาะสมกับแต่ละระบบนิเวศทัง้ ทางบก และทางทะเล 3) ประเด็ น การสร้ า งความชั ด เจนในเรื่ อ งของ การท�ำกินของบุคคลและชุมชนท้องถิน่ ทีต่ อ้ งพึง่ พิงทรัพยากร ธรรมชาติ ใ นเขตอุ ท ยานแห่ ง ชาติ มี ข ้ อ สั ง เกตว่ า ร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... มาตรา 63 วรรคสอง ที่ก�ำหนดให้ประชาชนที่ได้รับความช่วยเหลือ จากปัญหาไม่มีที่ดินท�ำกินและที่อยู่อาศัยนั้น ควรก�ำหนด ให้ ชั ด เจนว่ า บุ ค คลหรื อ ชุ ม ชนที่ ไ ด้ อ ยู ่ อ าศั ย และ ด�ำรงชีวิตในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ วนอุทยานต่าง ๆ เป็นสิทธิหรือประโยชน์ประเภทใด และจะมีหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการพิจารณารับรองสิทธิหรือประโยชน์ ดั ง กล่ า วของบุ ค คลหรื อ ชุ ม ชนอย่ า งไร ทั้ ง นี้ สิ ท ธิ ห รื อ ประโยชน์ ตลอดจนการรั บ รองและเพิ ก ถอนสิ ท ธิ ดังกล่าวจะต้องไม่ปะปนไปกับสิทธิครอบครอง สิทธิในการ ท�ำประโยชน์ในทีด่ นิ หรือกรรมสิทธิ์ เพือ่ มิให้มกี ารเปลีย่ นมือ หรือแปลงสิทธิไปเป็นสิทธิครอบครอง กรรมสิทธิ์ หรือ สิทธิประเภทอื่นตามกฎหมายว่าด้วยที่ดิน หรือกฎหมาย ว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ประการต่อมา มีข้อสังเกตว่า เจตนารมณ์ในการปรับปรุงพระราชบัญญัติ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ พ.ศ. .... ตามที่ ป รากฏในค�ำแถลง ชี้แจงร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... มีว่า “3.1 ชุมชนมีส่วนร่วมในการประกาศจัดตั้ง และการ บริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ และข้อ 3.4 เพื่อช่วยเหลือ ราษฎรที่อยู่อาศัยหรือท�ำกินอยู่แล้วในอุทยานแห่งชาติ” แต่เมื่อได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. .... มาตรา 63 ที่ก�ำหนดให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จั ด ท�ำโครงการเกี่ ย วกั บ การอนุ รั ก ษ์ แ ละดู แ ทรั พ ยากร ธรรมชาติ ภ ายในอุ ท ยานแห่ ง ชาติ โ ดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีที่ดินท�ำกินและได้อยู่อาศัยหรือ ท�ำกินในอุทยานแห่งชาติ ภายใต้กรอบมติคณะรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ 30 มิถนุ ายน 2541 หรือค�ำสัง่ คณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ 66/2557 นั้น จะเห็นได้ว่า เงื่อนไขที่ก�ำหนด กรอบในการตราพระราชกฤษฎีกายังไม่มีความชัดเจน ในเรื่องของการประกันสิทธิของบุคคลหรือชุมชนที่เป็น ชนกลุ ่ ม น้ อ ยหรื อ กลุ ่ ม ชาติ พั น ธุ ์ ที่ มี วิ ถี ป ระพฤติ ป ฏิ บั ติ สื บ ทอดกั น มาจนเกิ ด เป็ น จารี ต ประเพณี ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง กับการใช้ชีวิตในพื้นที่ป่า หากเป็นแต่เพียงเกณฑ์การช่วย เหลือในเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ท�ำกินซึ่งอยู่ในกรอบทาง เศรษฐกิจ ซึง่ ขาดการค�ำนึงถึงหลักการส่งเสริมให้ชมุ ชนดัง้ เดิม ช่วยกันดูแลสิง่ แวดล้อมอันเป็นมิตทิ างวัฒนธรรม อาจท�ำให้ มีหลักการทีแ่ ตกต่างกันระหว่างการบัญญัตใิ ห้รา่ งกฎหมาย ว่าด้วยอุทยานแห่งชาติเป็นกฎหมายที่ก�ำหนดให้ชุมชน มีบทบาทส�ำคัญในการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างรัฐ กับชุมชน จึงควรน�ำมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรือ่ ง แนวนโยบายและหลักปฏิบตั ใิ นการฟืน้ ฟูวถิ ชี วี ติ ชาวกะเหรี่ยงมาใช้ประกอบในการพิจารณาก�ำหนดกรอบ พระราชกฤษฎีกาด้วย นอกจากนี้ การส�ำรวจการถือ���รอง ที่ดินก็ควรพิจารณาข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศแผนที่ แนบท้ายประกาศเขตหวงห้ามหรือเขตป่าอนุรักษ์ และ การใช้ ข ้ อ มู ล เชิ ง ประวั ติ ศ าสตร์ ใ นการศึ ก ษารากเหง้ า ของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ผลสำ�เร็จ/ความก้าวหน้าในการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอความเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติพ.ศ. .... ไปยังสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมาส�ำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา แจ้งว่าประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาแล้ว มอบหมายให้ส�ำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ ส�ำนั ก งานเลขาธิ ก ารสภานิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ชาติ พิ จ ารณา ซึ่ ง ต่ อ มาได้ ส ่ ง ข้ อ เสนอแนะต่ อ ร่ า งกฎหมายดั ง กล่ า ว ให้แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อุ ท ยานแห่ ง ชาติ พ.ศ. .... สภานิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห่ ง ชาติ เพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอ�ำนาจต่อไปแล้ว และต่อมา เมื่ อ วั น ที่ 29 พฤษภาคม 2562 ราชกิ จ จานุ เ บกษา ก็ได้ประกาศพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 ใช้เป็น กฎหมาย ก็ ป รากฏว่ า มี ก ารแก้ ไ ขเนื้ อ หาในบทบั ญ ญั ติ ซึ่ ง สอดคล้ อ งกั บ ข้ อ เสนอแนะของคณะกรรมการ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ทั้ ง ในเรื่ อ งของการก�ำหนดให้ บุคคลหรือชุมชนเข้าไปรับฟังความเห็น และให้ผู้มีส่วน ได้ เ สี ย เข้ า ไปส่ ว นร่ ว มในการก�ำหนดให้ ก ารจั ด ท�ำแผน การบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และการเพิ่มเติม บทบัญญัตใิ นบทเฉพาะกาลให้บคุ คลสามารถเข้าไปเก็บหา หรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้โดยไม่ต้อง รับโทษ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ก�ำหนด บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3