65
ตารางที่ 8 กรณี ตั ว อย่ า งผลการพิ จ ารณาเรื่ อ งร้ อ งเรี ย นที่ ค ณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ
รับเป็นค�ำร้องไว้ตรวจสอบและจัดท�ำรายงานผลการพิ จารณาและมาตรการหรือแนวทางในการป้องกัน
หรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน จ�ำนวน 14 กรณี
่ วเนือ
่ งกับสิทธิผบ
กรณีที่ 1 สิทธิในชีวต
ิ และร่างกาย อันเกีย
ู้ ริโภค กรณีคด
ั ค้านการต่ออายุ
้ ทะเบียนวัตถุอน
ใบส�ำคัญการขึน
ั ตรายพาราควอต (Paraquat) ของกรมวิชาการเกษตร
ประเด็นการร้องเรียน
การดำ�เนินการ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมสหพันธ์องค์กร
ผูบ้ ริโภคและมูลนิธเิ พือ่ ผูบ้ ริโภคเพือ่ ขอให้ตรวจสอบกรณีกล่าวอ้างว่า เมือ่ วันที่ 25 กันยายน
2560 กรมวิชาการเกษตรในฐานะหน่วยงานทีร่ บั ผิดชอบการขึน้ ทะเบียนและควบคุมการผลิต
นำ�เข้า ส่งออก และจำ�หน่ายวัตถุอนั ตรายทางการเกษตร ตามพระราชบัญญัตวิ ตั ถุอนั ตราย
พ.ศ. 2535 ดำ � เนิ น การต่ อ อายุ ใ บสำ � คั ญ การขึ้ น ทะเบี ย นวั ต ถุ อั น ตรายพาราควอต
(Paraquat) ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่รอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ
วัตถุอนั ตรายทีอ่ าจจะประกาศห้ามใช้ อันจะนำ�ไปสูก่ ารขึน้ ทะเบียนวัตถุอนั ตรายพาราควอต
เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนำ�เข้า การส่งออก หรือการมีไว้
ในครอบครอง ทั้งที่คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำ�จัดศัตรูพืช
ที่มีความเสี่ยงสูง ในคราวประชุมครั้งที่ 4/2560 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ซึ่งมีรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างแผนปฏิบัติการ
ลด ละ เลิกใช้สารเคมีป้องกันกำ�จัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด เป็นการดำ�เนินการ
ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดภาวะอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพจิ ารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นการใช้พาราควอต
เป็นสารเคมีป้องกันกำ�จัดศัตรูพืชในภาคการเกษตรเป็นเรื่องการกำ�หนดนโยบายของรัฐ
ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย แม้ว่าพาราควอตมีความเป็นพิษโดยตัวของ
สารเคมี ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แต่กม็ คี วามเห็นและวิธกี ารบริหารจัดการทีแ่ ตกต่างกันไปบนพืน้ ฐานของข้อมูลทางวิชาการ
และข้อเท็จจริงที่ไม่สอดคล้องและขาดการรับฟังซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดปัญหาระบบ
บริหารจัดการที่มีความทับซ้อนและขาดความเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน กลายเป็นช่องว่าง
ทีท่ �ำ ให้ไม่สามารถกำ�กับดูแลและควบคุมการใช้พาราควอตได้อย่างครอบคลุมและเหมาะสม
ปัญหาดังกล่าวยังรวมไปถึงวัตถุอันตรายอื่น ๆ ที่ใช้เป็นสารป้องกันกำ�จัดศัตรูพืชด้วย
เช่น ไกลโฟเซต (สารกำ�จัดวัชพืช) และคลอร์ไพริฟอส (สารเคมีกำ�จัดแมลง) เป็นต้น
ประกอบกับกลไกการควบคุมวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
ยังไม่อาจขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ขาดการยอมรับ และไม่ครอบคลุม
ทุกประเด็นปัญหา โดยเฉพาะมิติด้านเกษตรกรรมที่ยั่งยืนควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค
และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัจจุบันการใช้พาราควอต ในภาคการเกษตรมีความเกี่ยวพัน
โดยตรงต่อสุขภาพอนามัยและวิถีชีวิตของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นหน้าที่
ของรัฐที่จะต้องดำ�เนินการให้ประชาชนทุกคนสามารถดำ�รงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและ
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต��อสุขภาพ โดยการกำ�หนดนโยบาย มาตรการหรือกลไกต่าง ๆ
ให้มปี ระสิทธิภาพและสอดประสานกัน เพือ่ ช่วยให้เกษตรกรสามารถประกอบเกษตรกรรม
บทที่
1
บทที่
2
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก