63 นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องร้องเรียนกล่าวหา ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละภูมิภาคพบว่า มีการ ร้องเรียนกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1) สิ ท ธิ ใ นกระบวนการยุ ติ ธ รรมมี ก ารร้ อ งเรี ย น มากที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง พฤติการณ์ทถี่ กู ร้องเรียนค่อนข้างมาก ได้แก่ การขอให้เร่งรัด ดำ�เนินคดีหรือคดีทถี่ กู อายัดตัว การปฏิบตั หิ น้าทีโ่ ดยมิชอบ ทัง้ ในชัน้ จับกุมและการดำ�เนินคดีทกี่ ระทบต่อสิทธิเสรีภาพ การทำ�ร้ายร่างกายระหว่างจับกุมหรือควบคุมตัว และ ความไม่ เ พี ย งพอต่ อ สิ่ ง จำ � เป็ น พื้ น ฐานสำ � หรั บ ผู้ ต้ อ งขั ง ในเรื อ นจำ � เช่ น อาหาร ระบบการดู แ ลสุ ข ภาพ และ สภาพความแออัดของเรือนจำ� เป็นต้น เมื่ อ วิ เ คราะห์ ข้ อ มู ล การร้ อ งเรี ย นในประเด็ น ขอให้ เร่งรัดดำ�เนินคดีและความจำ�เป็นพื้นฐานสำ�หรับผู้ต้องขัง ในเรื อ นจำ � พบว่ า หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งแก้ ไขปั ญ หา ดังกล่าวได้ดีขึ้น เป็นพัฒนาการที่ต่อเนื่องจากการประเมิน สถานการณ์สทิ ธิในกระบวนการยุตธิ รรมของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติปี 2561 ที่พบว่ารัฐมีการดำ�เนิน ขัน้ ตอนต่าง ๆ ตามแผนการปฏิรปู ประเทศด้านกระบวนการ ยุตธิ รรม รวมทัง้ ได้สง่ เสริมและคุม้ ครองสิทธิของประชาชน ในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ การทีค่ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้อาศัยอำ�นาจตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ในการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำ�นักงานตำ�รวจแห่งชาติ และกระทรวงยุติธรรมแล้ว พบว่า ผู้ร้องได้รับการแก้ไข ปัญหารวดเร็วขึ้น แต่ยังมีการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าว เพือ่ ขอให้ประสานการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนือ่ ง สำ�หรับประเด็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทั้งในชั้นจับกุม ควบคุมตัว และการทำ�ร้ายร่างกาย แม้ว่าคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เคยตรวจสอบและมีขอ้ เสนอแนะแล้ว แต่ ยั ง มี ก ารร้ อ งเรี ย นอย่ า งต่ อ เนื่ อ งนั้ น คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติอาจต้องทำ�งานในเชิงส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชนคู่ขนานกันให้มากขึ้น บทที่ 1 2) สิ ท ธิ พ ลเมื อ งมี ก ารร้ อ งเรี ย นมากที่ สุ ด ในพื้ น ที่ ภาคเหนือและภาคตะวันตก พฤติการณ์ที่ถูกร้องเรียน ค่ อ นข้ า งมากจะเป็ น ประเด็ น ปั ญ หาสถานะและสิ ท ธิ ของบุคคลทั้งกลุ่มแรงงานข้ามชาติ กลุ่มผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติ และกลุ่มผู้แสวงหาที่พักพิง เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบกับ เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นที่ ผ่ า นมายั ง เป็ น ปั ญ หาที่ ร อการแก้ ไข อย่างต่อเนือ่ ง แม้วา่ การประเมินสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชน ในประเด็นดังกล่าวของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี 2561 รั ฐ บาลได้ แ ก้ ไขปั ญ หาทั้ ง เชิ ง โครงสร้ า งและ กระบวนการ เช่น การปรับปรุงกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ ในการขอสถานะบุคคล การจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติ ให้เข้าสู่ระบบการทำ�งานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น แต่ ยั ง มี ปั ญ หาการสำ � รวจที่ ต กหล่ น หรื อ ยั ง ไม่ ส ามารถ เข้ า เงื่ อ นไขที่ กำ � หนดจึ ง ทำ � ให้ ป ระสบปั ญ หาการเข้ า ถึ ง สิทธิขั้นพื้นฐาน บทที่ 2 3) การปฏิบตั โิ ดยไม่เป็นธรรมมีการร้องเรียนมาก���ีส่ ดุ ในพืน้ ทีภ่ าคตะวันออกเฉียงเหนือ พฤติการณ์ทถี่ กู ร้องเรียน ค่อนข้างหลากหลาย เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นลักษณะ ความไม่พึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึง่ เรือ่ งร้องเรียนลักษณะนีส้ ว่ นใหญ่ไม่ใช่ปญ ั หาการละเมิด สิทธิมนุษยชน แต่เป็นเรือ่ งการบริหารจัดการภายในองค์กร คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ จ ะส่ ง เรื่ อ งให้ หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงดำ�เนินการ 3.1.1.2 ผลการพิ จารณาและตรวจสอบค�ำร้องและจัดท�ำ รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในปี ง บประมาณ พ.ศ. 2562 คณะกรรมการ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ต รวจสอบคำ � ร้ อ งที่ ไ ด้ รั บ ในปี 2562 และคำ�ร้องก่อนปี 2562 และจัดทำ�รายงาน ผลการตรวจสอบการละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแล้ ว เสร็ จ รวมทั้งสิ้น 393 เรื่อง รายละเอียดตามตารางที่ 7 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3