109 4) ความเห็ น ต่ อ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ แ ก้ ไ ขเพิ่ มเติ ม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (หลั ก เกณฑ์ เ กี่ ย วกั บ การปล่ อ ยตั ว ชั่ ว คราว และการใช้สิทธิฟอ ้ งร้องด�ำเนินคดีหรือการด�ำเนินการ กระบวนการพิ จารณาในคดีอาญา) ประเด็น/ความเป็นมา คณะกรรมาธิการการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการ ยุตธิ รรมและกิจการต�ำรวจได้มหี นังสือ ที่ สว (สนช) (กมธ2) 0010/2043 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ส่งข้อเสนอแนะ มาตรการหรื อ แนวทางในการส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครอง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน แห่ ง ชาติ เรื่ อ ง สิ ท ธิ พ ลเมื อ งเกี่ ย วกั บ เสรี ภ าพในการ แสดงออกของประชาชน กรณีกล่าวอ้างว่านักต่อสู้เพื่อ สิทธิมนุษยชนถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐคุกคาม ท�ำให้ได้รับ ความหวาดกลัวและเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ไปยังคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการต�ำรวจ ซึ่งมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนและการคุ ้ ม ครองผู ้ บ ริ โ ภคพิ จ ารณา และคณะนุ ก รรมาธิ ก ารฯ ได้ เ ชิ ญ ประธานกรรมการ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ แ ละเจ้ า หน้ า ที่ เ ข้ า ร่ ว มประชุ ม เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ซึ่งผู้แทนคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าร่วมประชุมดังกล่าว และ จากการติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องได้ทราบว่า สมาชิก สภานิตบิ ญ ั ญัตแิ ห่งชาติและส�ำนักงานศาลยุตธิ รรมได้เสนอ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ แ ก้ ไ ขเพิ่ ม เติ ม ประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการปล่อยตัวชั่วคราว และการใช้สิทธิฟ้องร้อง ด�ำเนิ น คดี ห รื อ การด�ำเนิ น กระบวนการพิ จ ารณา ในคดี อ าญา) ซึ่ ง มาตรา 8 แห่ ง ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ดังกล่าว มีข้อความว่า “ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 161/1 แห่งประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161/1 ในกรณี ที่ราษฎรเป็นโจทก์ หากความปรากฏต่อศาลว่า โจทก์ ใช้สิทธิฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อกลั่นแกล้งหรือเอาเปรียบจ�ำเลยหรือโดยมุ่งหวังผล อย่างอื่นยิ่งกว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ ศาลจะมีค�ำสั่ง ไม่ประทับฟ้องคดีนั้นก็ได้ และห้ามโจทก์ยื่นฟ้องคดีนั้นอีก ค�ำสั่งเช่นว่านี้ไม่ตัดอ�ำนาจพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดี นั้นใหม่” ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและ คุ้มครองสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในคราวประชุม เมื่อวันที่ 10 และ 18 กรกฎาคม 2561 ได้พิจารณา หลั ก การ วั ต ถุ ป ระสงค์ แ ละเป้ า หมายในการตรา พระราชบัญญัติในเรื่องดังกล่าวแล้ว มีความเห็น ดังนี้ 1. ประเทศไทยได้ ส นั บ สนุ น การรั บ รองข้ อ มติ ข อง สมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ข้อมติที่ 53/144 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2541) ที่เห็นชอบกับสาระของปฏิญญาว่าด้วย สิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์ ก รของสั ง คมในการส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครอง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนและเสรี ภ าพขั้ น พื้ น ฐานที่ เ ป็ น ที่ ย อมรั บ อย่างสากล (Declaration on Human Rights and Responsibility of individuals, Groups and Organs of Society to Promote and Protect Universally Recognized Human Rights and Fundamental Freedoms) หรือ ปฏิญญาว่าด้วยนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Declaration on Human Rights Defenders) แต่ จ ากข้ อ มู ล การร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระหว่ า งปี 2557-2560 และรายงานผลการประเมิ น สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2560 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพบว่า นักปกป้อง สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนในประเทศไทยประสบปั ญ หาอุ ป สรรค ในการด�ำเนิ น งานส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน เช่น หายตัวไป ถูกลอบสังหาร ถูกข่มขูค่ กุ คามจากเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ถูกฟ้องร้องด�ำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับ การมีส่วนร่วมของสาธารณชน (Strategic Litigation Against Public Participation: SLAPP) โดยการด�ำเนิน คดีแพ่งหรือคดีอาญาเพือ่ ยับยัง้ การใช้เสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น ซึ่งมุ่งใช้เพื่อข่มขู่บุคคลที่แสดงความคิดเห็น ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ อันเป็นการ กดดันให้บุคคลที่ถูกด�ำเนินคดีติดสินใจระงับการแสดง ความคิดเห็น จ�ำต้องประนีประนอมยอมความ และยุติ การตรวจสอบประเด็นสาธารณะ 2. หลักการในการตราพระราชบัญญัติดังกล่าวระบุ ว่า “...ป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาโดยไม่สุจริต อันเป็นการล่วงละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น” โดยมี วั ต ถุ ป ระสงค์ แ ละเป้ า หมายในส่ ว นที่ ใ ห้ เ พิ่ ม เติ ��� บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3