107
7) ควรก�ำหนดให้สิทธิน�ำคดีอาญามาฟ้องระงับเมื่อ
คู่กรณีได้ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาททาง
อาญาครบถ้ ว นสมบู ร ณ์ แ ล้ ว เพื่ อ เป็ น หลั ก ประกั น
การเยียวยาแก่ผู้เสียหาย ทั้งนี้ ควรก�ำหนดให้หน่วยงาน
ซึ่งด�ำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือส�ำนักงานอัยการ
ในท้องที่ท�ำการตรวจสอบบันทึกข้อตกลงระงับข้อพิพาท
และมีอ�ำนาจก�ำหนดให้ใช้วิธีการฟื้นฟู บ�ำบัดรักษา หรือ
แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคู่กรณีที่เป็นฝ่ายกระท�ำ
ให้เกิดความเสียหาย หรือให้กระท�ำการที่เป็นการแสดง
ความส�ำนึกรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย หรือให้ท�ำกิจกรรม
ที่ ส ่ ง เสริ ม ความปรองดองสมานฉั น ท์ ร ะหว่ า งคู ่ ก รณี
โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
8) ควรก�ำหนดให้หน่วยงานซึ่งด�ำเนินการไกล่เกลี่ย
ส่ ง บั น ทึ ก ข้ อ ตกลงไปให้ส�ำนัก งานอัยการในท้ อ งที่ เ พื่ อ
ตรวจสอบ หากเป็นการยอมความโดยชอบด้วยกฎหมาย
และคู ่ ก รณี ไ ด้ ป ฏิ บั ติ ต ามข้ อ ตกลงนั้ น แล้ ว ให้ สิ ท ธิ
น�ำคดีอาญามาฟ้องเป็นอันระงับ แต่หากบันทึกข้อตกลง
ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือคู่กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง
ให้ บั น ทึ ก ข้ อ ตกลงดั ง กล่ า วสิ้ น ผลไปเฉพาะข้ อ ตกลง
ในส่วนอาญา แต่ไม่กระทบต่อการระงับข้อพิพาทในส่วน
แพ่งหรือการเยียวยาอื่น ๆ แก่ฝ่ายผู้เสียหาย และควร
ก�ำหนดว่า “เพือ่ ประโยชน์ในการทีผ่ เู้ สียหายจะไปด�ำเนินคดี
ต่อไป อายุความการร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายอาญา
ให้เริ่มนับแต่วันที่บันทึกข้อตกลงระงับพิพาทนั้นสิ้นผล”
9) ควรปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติ มาตรา 37 มิให้น�ำ
คุณสมบัติของผู้ไกล่เกลี่ยทั่วไป ตามมาตรา 8 มาใช้บังคับ
ผู้ไกล่เกลี่ยของศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน
โดยให้ เ ป็ น กลไกของภาคประชาชนผู ้ ใ ช้ บ ริ ก ารที่ จ ะ
พิจารณาคัดเลือกผู้ไกล่เกลี่ยที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายยอมรับ
และไว้วางใจมาท�ำหน้าที่ เนื่องจากการไกล่เกลี่ยเป็น
กระบวนการที่ เ ปิ ด โอกาสให้ คู ่ พิ พ าทได้ มี บ ทบาทและ
มี ส ่ ว นร่ ว มอย่ า งแท้ จ ริ ง ในการหาหนทางแก้ ไ ขปั ญ หา
ให้กับตนเอง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของแต่ละชุมชน
10) ควรพิจารณาทบทวนบทก�ำหนดโทษทางอาญา
ในหมวด 5 มาตรา 40 และมาตรา 41 ให้มีความเหมาะสม
เนือ่ งจากมีบทก�ำหนดโทษทีค่ อ่ นข้างรุนแรง และไม่สอดคล้อง
กับกฎหมายเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
เช่น การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ตามพระราชบัญญัติระเบียบ
บริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บบริ ห ารราชการแผ่ น ดิ น
(ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 การไกล่เกลี่ยคดีผู้บริโภคตาม
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และ
การไกล่เกลี่ยตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความ
เสียหายทีเ่ กิดขึน้ จากสินค้าทีไ่ ม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ซึง่ ไม่ได้
มีการก�ำหนดบทลงโทษทางอาญาไว้ ประกอบกับตามร่าง
พระราชบัญญัตนิ ี้ มาตรา 15 (3) ก�ำหนดให้ความเป็นผูไ้ กล่เกลีย่
สิน้ สุดลง เมือ่ ถูกเพิกถอนการเป็นผูไ้ กล่เกลีย่ และมีขอ้ ก�ำหนด
จริ ย ธรรมของผู ้ ไ กล่ เ กลี่ ย ตามมาตรา 11 ซึ่ ง ถื อ เป็ น
มาตรการก�ำกับดูแลการปฏิบตั หิ น้าทีข่ องผูไ้ กล่เกลีย่ ไว้แล้ว
ผลสำ�เร็จ/ความก้าวหน้าในการคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 ราชกิจจานุเบกษา
ได้ ป ระกาศใช้ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ารไกล่ เ กลี่ ย ข้ อ พิ พ าท
พ.ศ. 2562 โดยมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายสอดคล้อง
กั บ ข้ อ เสนอแนะของคณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน
แห่งชาติ ดังนี้
1) ประเด็ น อายุ ค วามน�ำหลั ก อายุ ค วามสะดุ ด
หยุดอยู่มาใช้ในระหว่างการไกล่เกลี่ยส�ำหรับข้อพิพาท
ทางอาญาในชั้นการสอบสวน “มาตรา 40 เมื่อพนักงาน
สอบสวนผูม้ อี �ำนาจออกค�ำสัง่ มีค�ำสัง่ ให้ไกล่เกลีย่ ข้อพิพาท
ทางอาญาตามมาตรา 44 แล้ ว ให้ ห ยุ ด นั บ อายุ ค วาม
ในการด�ำเนินคดีอาญา และเมือ่ พนักงานสอบสวนผูม้ อี �ำนาจ
ออกค�ำสั่ ง มี ค�ำสั่ ง ให้ ด�ำเนิ น คดี ต ่ อ ไป ตามมาตรา 61
ให้นับอายุความด�ำเนินคดีต่อจากเวลานั้น”
2) ประเด็ น การตั้ ง ข้ อ รั ง เกี ย จผู ้ ไ กล่ เ กลี่ ย ในกรณี
ที่ คู ่ ก รณี ฝ ่ า ยใดฝ่ า ยหนึ่ ง มี ห ลายคน ผลของการที่
ผู ้ ไ กล่ เ กลี่ ย ซึ่ ง ถู ก ตั้ ง ข้ อ รั ง เกี ย จถู ก ถอดถอนตามร่ า ง
มาตรา 13 (เดิม) ร่างมาตรา 15 (ใหม่) นั้น ได้ปรับปรุง
แก้ ไ ขในร่ า งมาตรา 18 โดยการบั ญ ญั ติ ผ ลของการ
ถูกถอดถอนให้ชัดเจนแล้ว ดังนี้ “มาตรา 18 ในกรณีที่
ผู้ไกล่เกลี่ยถูกถอดถอนหรือความเป็นผู้ไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง
ในระหว่ า งการด�ำเนิ น การไกล่ เ กลี่ ย ข้ อ พิ พ าท คู ่ ก รณี
อาจตั้ ง ผู ้ ไ กล่ เ กลี่ ย คนใหม่ เ พื่ อ ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ไ กล่ เ กลี่ ย
ข้อพิพาทนั้นต่อไปโดยอาจใช้เอกสารของกระบวนการ
บทที่
1
บทที่
2
บทที่
3
บทที่
4
บทที่
5
ภาค
ผนวก