101 ประเด็นแรก สิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม โดยเฉพาะ อย่างยิง่ การปฏิบตั ขิ องเจ้าหน้าทีผ่ บู้ งั คับใช้กฎหมายในการ จั บ กุ ม บุ ค คล ซึ่ ง เป็ น ประเด็ น ที่ มี ก ารร้ อ งเรี ย นมายั ง คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ ค่ อ นข้ า งมาก จึ ง เห็ น ควรที่ ห น่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งควรก�ำกั บ ดู แ ลให้ เจ้ า หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ต ามขั้ น ตอนของกฎหมาย อย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่กระท�ำผิด ควรต้อง ด�ำเนิ น การทางกฎหมายอย่ า งจริ ง จั ง รวมทั้ ง ควรเร่ ง พิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น และปราบปราม การทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย โดยให้มี บทบัญญัติที่สอดคล้องกับหลักการของอนุสัญญาต่อต้าน การทรมาน และการปฏิ บั ติ ห รื อ การลงโทษที่ โ หดร้ า ย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย�่ำยีศักดิ์ศรี ประเด็นทีส่ อง เสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพ ในการชุ ม นุ ม โดยสงบและปราศจากอาวุ ธ ซึ่ ง อาจมี ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ ประกาศ/ค�ำสั่ง คสช. ที่ยังมีอยู่ หรือกฎหมายที่ออกตาม มาตรา 44 ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และการใช้ดุลพินิจตาม พระราชบั ญ ญั ติ ก ารชุ ม นุ ม สาธารณะ พ.ศ. 2558 ของเจ้าพนักงานตามกฎหมายการใช้เสรีภาพดังกล่าว สามารถมีข้อจ�ำกัดได้ โดยมีเงื่อนไขบางประการ รวมถึง เงื่อนไขเพื่อประโยชน์ของความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยรวมแต่การใช้เงื่อนไขนี้ต้องมีการตีความโดยเคร่งครัด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงเห็นว่า รัฐควรใช้ ความระมั ด ระวั ง ในการบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมายประเภทนี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐเพื่อลดปัจจัยที่อาจ ท�ำให้เกิดความขัดแย้งในสังคมเพิ่มมากขึ้น ประเด็นที่สาม การเข��าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล บางกลุ่ม ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลมีความพยายามในการ พัฒนาบริการสาธารณะทีเ่ ป็นสิทธิขนั้ พืน้ ฐานแก่ประชาชน ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านการศึกษาสาธารณสุข และด้านอื่น ๆ อย่างไรก็ดี ยังพบว่ามีบุคคลบางกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการ ขัน้ พืน้ ฐานของรัฐ ได้แก่ ประชาชนกลุม่ เปราะบางกลุม่ ต่าง ๆ เช่น บุคคลหรือเด็กที่มีฐานะยากจน เด็กเร่ร่อน ผู้อาศัย ในพื้ น ที่ ห ่ า งไกลและทุ ร กั น ดาร โดยเฉพาะผู ้ ที่ อ าศั ย ในจั ง หวั ด ชายแดนใต้ คนไร้ รั ฐ ไร้ สั ญ ชาติ เป็ น ต้ น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงเห็นว่า ในการพัฒนา บริการสาธารณะที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน รัฐบาลควรเร่งรัด ก�ำกั บ และติ ด ตามการปฏิ บั ติ ต ามแผนปฏิ รู ป ประเทศ กฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความส�ำคัญ กั บ ประชาชนที่ เ ป็ น กลุ ่ ม เปราะบางเป็ น พิ เ ศษ เพื่ อ ให้ ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียม ลดความเหลือ่ มล�ำ้ ซึง่ เป็นเป้าหมายหลักส�ำคัญประการหนึง่ ของการปฏิรูปประเทศ ประเด็ น ที่ สี่ สิ ท ธิ ชุ ม ชนในการจั ด การทรั พ ยากร ธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ ม การพั ฒ นาทางเศรษฐกิ จ ของประเทศที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีวิถีชีวิตที่พึ่งพิงทรัพยากร ในพื้ น ที่ ใ นบางกรณี นอกจากนี้ การประกอบกิ จ การ อุตสาหกรรมบางประเภทยังท�ำให้เกิดมลพิษ ในสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตราย ปัญหาฝุ่นละออง และปัญหาการทิ้งขยะและกากของเสีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิต และสุขภาพ ของประชาชน คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ เห็นว่า รัฐบาลควรให้ชุมชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการ จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่ ง เป็ น สิ ท ธิ ที่ ไ ด้ รั บ การรั บ รองในรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย รวมทั้ ง ควรมี ม าตรการตรวจสอบ การประกอบกิ จ การที่ ส ่ ง ผลกระทบต่ อ สิ่ ง แวดล้ อ ม อย่างเข้มงวดและจริงจัง และควรเร่งแก้ไขปัญหาประชาชน ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบด้านสุขภาพและความเป็นอยูจ่ ากปัญหา สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2562 ส�ำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้จดั ส่งความเห็นต่อรายงานผลการประเมิน สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2561 ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติทราบจ�ำนวน 17 หน่วยงาน 3.1.3 การเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการ ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนนี้ เ ป็ น หน้ า ที่ แ ละอ�ำนาจ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ บทที่ 1 บทที่ 2 บทที่ 3 บทที่ 4 บทที่ 5 ภาค ผนวก

Select target paragraph3