บทที่ ๓ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ที่มุ่งหมายจะครอบคลุมถึงผู้ใช้สื่อทุกประเภท โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ การก�ำหนดโทษจ�ำคุกและปรับแก่ผู้ประกอบวิชาชีพ
สื่อมวลชนที่ไม่ด�ำเนินการยื่นขอจดทะเบียน และองค์กรสื่อที่รับผู้ที่ไม่จดทะเบียนเข้าปฏิบัติงานเป็นการก�ำหนดโทษจ�ำคุก
ในอัตราทีส่ งู ไม่สอดคล้องกับสภาพความผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญฯ ทีก่ ำ� หนดว่า โทษอาญาต้องก�ำหนดเฉพาะความผิดทีร่ า้ ยแรง
การก�ำหนดให้มีตัวแทนภาครัฐร่วมเป็นคณะกรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ซึ่งขัดแย้งกับบทบาทหน้าที่
การท�ำงานของสือ่ มวลชนทีต่ อ้ งตรวจสอบอ�ำนาจรัฐ การบริหารราชการแผ่นดิน และเมือ่ เปรียบเทียบกับสภาวิชาชีพอืน่ ๆ เช่น
แพทยสภา ทนายความ ก็ไม่ปรากฏว่าสภาวิชาชีพเหล่านัน้ มีบคุ คลภายนอกหรือตัวแทนภาครัฐเข้าไปเป็นกรรมการ๘๐ เป็นต้น
ขณะเดียวกันสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้ยุติการคุกคามเสรีภาพ
สื่อมวลชนและประชาชน กรณีที่เจ้าหน้าที่ต�ำรวจตั้งข้อหาผู้สื่อข่าวอาวุโสว่า ยุยงปลุกปั่นตามมาตรา ๑๑๖ ของประมวล
กฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากโพสต์ข้อความลงใน
เฟซบุก๊ ส่วนตัววิจารณ์รฐั บาล และกรณีผสู้ อื่ ข่าวส�ำนักข่าวอิศราถูกตัง้ ข้อหาบุกรุกสถานทีร่ ะหว่างลงพืน้ ทีต่ รวจสอบข้อเท็จจริง
การแสดงรายการทรัพย์สนิ และหนีส้ นิ ของอดีตผูบ้ ญ
ั ชาการต�ำรวจแห่งชาติโดยปราศจากมูลความผิด สมาคมจึงเรียกร้องให้
เจ้าหน้าที่รัฐยุติการกลั่นแกล้ง แทรกแซงเสรีภาพสื่อมวลชน การตั้งข้อหาที่เกินขอบเขตกฎหมาย และขอให้รัฐบาลรวมถึง
คสช. เปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ๘๑
การประเมินสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรค
จากการน�ำเสนอถึงสถานการณ์ดา้ นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสือ่ มวลชน และเสรีภาพในการชุมนุม
โดยสงบและปราศจากอาวุธข้างต้น พบว่ามีเนื้อหาที่เป็นความก้าวหน้าและความถดถอย ดังนี้
๑. สถานการณ์ที่มีความก้าวหน้า
ปัญหาที่เกิดจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และการตีความที่
คลาดเคลือ่ นไปจากเจตนารมณ์ของมาตรา ๑๔ (๑) ควบคูไ่ ปกับการหมิน่ ประมาทบุคคลอืน่ หรือเป็นการหมิน่ ประมาทโดย
การโฆษณา ต่อมารัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๖๐ แก้ไขมาตรา ๑๔ (๑) ก�ำหนดให้ ผูใ้ ดกระท�ำความผิดโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง น�ำเข้าสูร่ ะบบคอมพิวเตอร์ซงึ่
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทบี่ ดิ เบือนหรือปลอมไม่วา่ ทัง้ หมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อนั เป็นเท็จ โดยประการทีน่ า่ จะ
เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระท�ำความผิดเกีย่ วกับฐานหมิน่ ประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ถือว่าเป็น
การสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ฯ และรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๗๗
ที่ก�ำหนดให้รัฐพึงยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการด�ำรงชีวิต รวมทั้ง
สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ กสม. ที่เสนอแนะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าว
๒. สถานการณ์ที่ไม่มีความก้าวหน้า หรือถดถอย
๒.๑ จากการประเมินสถานการณ์เมือ่ ปี ๒๕๕๙ กฎหมายส�ำคัญทีใ่ ช้ในการก�ำกับ ควบคุมการใช้เสรีภาพในการแสดง
ความคิดเห็น ได้แก่ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัตกิ ารชุมนุมสาธารณะฯ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิด
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ค�ำสั่งของ คสช. และค�ำสั่งหัวหน้า คสช. โดยในปี ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชัว่ คราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ บังคับใช้ตอ่ เนือ่ งจนรัฐบาลได้ประกาศใช้รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ แม้รัฐธรรมนูญฯ ฉบับใหม่ได้รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพ
๘๐ คณะท�ำงานสือ่ เพือ่ การปฏิรปู . (๒๕๖๐). จดหมายเปิดผนึก เรือ่ ง คัดค้านและขอให้ยกเลิกร่าง พ.ร.บ. การคุม้ ครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสือ่ มวลชน. สืบค้นจาก
www.tja.or.th/images/stories/2560/600501-letter-tja-stop/600501-letter-tja.pdf
๘๑ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ. (๒๕๖๐). แถลงการณ์สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรือ่ ง ขอให้ยตุ กิ ารคุกคามเสรีภาพสือ่ มวลชนและประชาชน. สืบค้นจาก www.presscouncil.or.th
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 95
บทที่
๓