บทที่ ๓ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม กสม. ได้เคยมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลก�ำหนดมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนตาม
รัฐธรรมนูญฯ และทบทวนกฎหมาย ประกาศ หรือค�ำสัง่ ทีข่ ดั ต่อหลักสิทธิมนุษยชนว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ของประชาชนโดยสุจริตและมีคำ� สัง่ ก�ำชับให้สว่ นราชการต่าง ๆ ทีม่ หี น้าทีเ่ กีย่ วกับการรักษาความสงบเรียบร้อย ให้คำ� นึงถึง
การใช้อำ� นาจตามขอบเขตของกฎหมายเพือ่ ไม่ให้กระทบต่อสิทธิขนั้ พืน้ ฐานของประชาชนไทยในสังคมประชาธิปไตย อีกทัง้
ปัจจุบันประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ แล้ว การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนตามขอบเขตตามรัฐธรรมนูญ
จึงย่อมได้รับความคุ้มครอง
บทที่
๓
๒. เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
กติกา ICCPR ข้อ ๒๑ ก�ำหนดให้สทิ ธิในการชุมนุมโดยสงบย่อมได้รบั การรับรอง การจ�ำกัดการใช้สทิ ธินจี้ ะกระท�ำมิได้
นอกจากจะก�ำหนดโดยกฎหมายและเพียงเท่าที่จ�ำเป็นส�ำหรับสังคมประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของชาติ
หรือความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชนหรือการคุม้ ครองสิทธิและเสรีภาพของ
บุคคลอื่น และรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๔๔ บัญญัติให้ “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” และ
วรรคสอง “การจ�ำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระท�ำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอ�ำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้น
เพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อ
คุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น”
สถานการณ์ที่ส�ำคัญของเสรีภาพ
ในการชุ ม นุ ม โดยสงบและปราศจาก
อาวุธ ในปี ๒๕๖๐ พบว่า การบังคับ
ใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๕๘ และค�ำสั่งหัวหน้า คสช.
ที่ ๓/๒๕๕๘ เรื่อง การรักษาความสงบ
เรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ หรือ
การห้ามมิให้ชุมนุมเกินกว่าห้าคนขึ้นไป
ยังมีผลกระทบต่อเสรีภาพในการชุมนุม
โดยสงบและปราศจากอาวุธซึง่ ถูกมองว่า
การชุ ม นุ ม สาธารณะเป็ น เรื่ อ งของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 93