บทที่ ๔ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม
(๒) กรณีที่สถานประกอบการมีลูกจ้างตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ไม่ต้องส่งข้อบังคับเกี่ยวกับการท�ำงานให้กรมสวัสดิการ
และคุม้ ครองแรงงาน นัน้ อาจท�ำให้เกิดปัญหาเรือ่ งระเบียบหรือข้อบังคับทีไ่ ม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นธรรม เนือ่ งจาก
นายจ้างไม่ต้องส่งข้อบังคับให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
การประเมินสถานการณ์ ปัญหา และอุปสรรค
จากการติดตามสถานการณ์สทิ ธิมนุษยชนทีเ่ กีย่ วข้องกับสิทธิในการท�ำงานในประเทศไทย ในปี ๒๕๖๐ ประกอบการ
พิจารณาบทบัญญัตติ ามกติกา ICESCR ข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICESCR รัฐธรรมนูญและกฎหมายไทย
ตลอดจนข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR กสม. เห็นว่า รัฐได้มคี วามก้าวหน้าในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิในการท�ำงาน
ในประเทศไทยเป็นล�ำดับ ดังนี้
(๑) ปรับปรุงกฎหมาย โดยได้มกี ารประกาศใช้พระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองแรงงาน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึง่ เพิม่ บทบัญญัติ
เกีย่ วกับการเกษียณอายุและการจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลกู จ้างกรณีเกษียณอายุ เพือ่ คุม้ ครองลูกจ้างกรณีเกษียณอายุ และเพือ่
ให้เกิดความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งเพิ่มบทก�ำหนดโทษกรณีนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างกรณี
เกษียณอายุ อันเป็นการด�ำเนินการคุม้ ครองบุคคลจากการเลือกปฏิบตั ดิ า้ นการจ้างงานและอาชีพ ตามอนุสญ
ั ญา ILO ฉบับที่
๑๑๑ ว่าด้วยการเลือกปฏิบัติในการจ้างงานและอาชีพ ค.ศ. ๑๙๕๘
(๒) มีการปรับอัตราค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ เพิม่ ขึน้ ในบางท้องที่ และเพิม่ เติมบทบัญญัตใิ นพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองแรงงาน (ฉบับที่ ๖)
พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้คณะกรรมการค่าจ้างสามารถพิจารณากําหนดอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำที่แตกต่างสําหรับลูกจ้างบางกลุ่มได้
(๓) มีมาตรการอย่างต่อเนื่องในการดูแลจัดการสภาพการท�ำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะโดยพบว่ามีอัตราการ
ประสบอันตรายจากการท�ำงานของลูกจ้าง กรณีร้ายแรงลดลง
(๔) รัฐบาลได้ด�ำเนินมาตรการการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับข้อสังเกตเชิงสรุป
ต่อรายงานการปฏิบัติงานฉบับที่ ๑ และ ๒ ของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICESCR และข้อเสนอแนะจากการประชุม
UPR รอบที่ ๒ โดยเฉพาะเรื่องการขยายความคุ้มครองหลักประกันสังคม ด้วยการเห็นชอบร่างกฎหมายล�ำดับรองที่
ออกตามพระราชบัญญัตปิ ระกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ เพือ่ เพิม่ สิทธิประโยชน์ให้แก่ผปู้ ระกันตน มาตรา ๔๐ ทีเ่ ป็น
แรงงานนอกระบบ
(๕) มีการอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อยกระดับการคุ้มครอง
สิทธิของลูกจ้างให้สงู ขึน้ และให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปจั จุบนั อาทิ การก�ำหนดให้ลกู จ้างมีสทิ ธิลาก��จธุระอันจ�ำเป็นโดยได้
รับค่าจ้าง และก�ำหนดให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตร
อย่างไรก็ดี แม้รฐั ได้มนี โยบาย/กฎหมาย/มาตรการหลายประการเพือ่ ช่วยส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิดา้ นแรงงานของ
แรงงานไทยให้มคี วามก้าวหน้าขึน้ แต่ยงั พบว่ามีปญ
ั หาและอุปสรรคบางประการทีอ่ าจท�ำให้การคุม้ ครองสิทธิในการท�ำงาน
ของแรงงานไทยยังเป็นไปอย่างไม่เต็มประสิทธิผลเท่าที่ควร ในประเด็นดังต่อไปนี้
(๑) ค่าจ้างขั้นต�่ำ
เนือ่ งจากมีขอ้ เรียกร้องเกีย่ วกับค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ ว่า ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพและมีการเพิม่ ค่าจ้างไม่เท่ากันทัง้ ประเทศ
ท�ำให้คนท�ำงานไม่มีปัจจัยทางการเงินที่เพียงพอที่จะสร้างคุณค่าให้ชีวิต โดยอัตราค่าจ้างขั้นต�่ำยังเป็นอัตราส�ำหรับลูกจ้าง
ที่ไม่มีฝีมือเมื่อแรกเข้าท�ำงาน เฉพาะลูกจ้างคนเดียวที่สมควรจะได้รับและสามารถด�ำรงชีพอยู่ได้ตามสภาพเศรษฐกิจและ
สังคม ณ เวลานัน้ ๆ๑๒๙ แต่ไม่ได้เป็นอัตราค่าจ้างขัน้ ต�ำ่ แรกเข้าทีเ่ พียงพอต่อการเลีย้ งชีพของตนเองและครอบครัวอีก ๒ คน
ตามหลักการของ ILO
๑๒๙ กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กระทรวงแรงงาน. (๒๕๖๐). ก.แรงงาน แจงค่าจ้างขั้นต�่ำก�ำหนดตามเกณฑ์มาตรฐานส�ำหรับแรงงานแรกเข้าท�ำงาน. สืบค้นจาก www.mol.go.th/
content/62771/1505013922
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 113
บทที่
๔