ตามประมวลกฎหมายอาญา” โดยหลังจาก พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับ คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่มผี ลบังคับใช้ คดีความ ที่ถูกตั้งข้อหาตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราช บั ญ ญั ติ ว ่ า ด้ ว ยการกระท� ำ ความผิ ด เกี่ ย วกั บ คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับเดิมต่างทยอยสิ้นสุดคดี จากการสัง่ ไม่ฟอ้ งในชัน้ อัยการ ถือเป็นแนวโน้ม ที่ ดี ส� ำ หรั บ การบั ง คั บ ใช้ ม าตรา ๑๔ ของ พระราชบัญญัตวิ า่ ด้วยการกระท�ำความผิดเกีย่ วกับ คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับใหม่ ในจ�ำนวนนี้มีคดีที่ อยู ่ ใ นความรั บ ผิ ด ชอบของศู น ย์ ท นายความ เพื่อสิทธิมนุษยชน ๒ คดี๗๐ และสอดคล้องกับ ข้อเสนอแนะบางประการของ กสม. เมือ่ ปี ๒๕๕๙ ขณะเดียวกันเสรีภาพทางวิชาการซึง่ มิได้เกีย่ วข้องเฉพาะกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเท่านัน้ แต่ยงั เกีย่ วข้อง ถึงเสรีภาพทีจ่ ะแสวงหา รับ และเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสารและความคิดทุกประเภทโดยไม่คำ� นึงถึงพรมแดนด้วย แม้กฎหมาย ระหว่างประเทศไม่ได้ประกันเสรีภาพทางวิชาการไว้ แต่ในปี ค.ศ. ๑๙๙๗ องค์การเพือ่ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้มขี อ้ เสนอแนะเรือ่ ง สถานะของบุคลากรผูส้ อนในระดับอุดมศึกษา (Recommendation concerning the Status of Higher Education Teaching Personnel) โดยให้คำ� จ�ำกัดความ หมายถึง สิทธิของบุคลากรทีจ่ ะ ไม่ถกู การบีบบังคับ เสรีภาพในการสอน การแลกเปลีย่ นอภิปราย เสรีภาพ การท�ำวิจยั การเผยแพร่และตีพมิ พ์ผลงานเหล่านัน้ เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างเสรีเกี่ยวกับสถาบัน หรือระบบการท�ำงานขององค์กร เสรีภาพจากการตรวจสอบ จากสถาบัน และเสรีภาพทีจ่ ะมีสว่ นร่วมในองค์กรวิชาชีพด้านการศึกษา บุคลากรในสถาบันระดับอุดมศึกษาควรมีสทิ ธิทจี่ ะ ท�ำหน้าทีไ่ ด้อย่างเต็มทีโ่ ดยปราศจากการถูกเลือกปฏิบตั ิ และความกังวลจากการปราบปราม คุกคามจากรัฐหรือแหล่งอืน่ ใด๗๑ และรัฐธรรมนูญฯ ได้ประกันเสรีภาพทางวิชาการไว้ในมาตรา ๓๔ วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้ “เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับ ความคุม้ ครองแต่การใช้เสรีภาพนัน้ ต้องไม่ขดั ต่อหน้าทีข่ องปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนและต้องเคารพ และไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น” โดยสถานการณ์ที่ส�ำคัญของเสรีภาพทางวิชาการในปี ๒๕๖๐ พบว่า การชูป้าย แสดงข้อความว่า “เวทีวชิ าการ ไม่ใช่คา่ ยทหาร” เมือ่ วันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ต�ำบลช้างเผือก อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึง่ ภายหลังกลุม่ ผูช้ ปู า้ ยดังกล่าวถูกด�ำเนินคดีขอ้ หาร่วมกันชุมนุมมัว่ สุมทางการเมืองตัง้ แต่ ห้าคนขึน้ ไป ฝ่าฝืนค�ำสัง่ หัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘๗๒ จนน�ำมาสูก่ ารเรียกร้องให้ยตุ กิ ารด�ำเนินคดีแก่บคุ คลดังกล่าวเนือ่ งจาก เห็นว่า การชูป้ายแสดงข้อความว่า “เวทีวิชาการ ไม่ใช่ค่ายทหาร” ไม่ได้เกินขอบเขตกฎหมาย และรัฐธรรมนูญได้ให้ความ คุม้ ครองเสรีภาพทา��วิชาการ๗๓ และ กสม. ห่วงกังวลต่อเสรีภาพทางวิชาการโดยมีความเห็นว่า การปฏิบตั งิ านของเจ้าหน้าที่ กรณีการแจ้งความด�ำเนินคดีต่อนักวิชาการ และประชาชนที่แสดงความเห็นโดยสุจริตในเวทีวิชาการ๗๔ ๗๐ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. สืบค้นจาก www.tlhr2014.com/th/?p=5795 ๗๑ The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights. (2017). CCPR General Comment No.35 Article 9 (Liberty and security of Person). Retrieved from http://unesdoc.unesco.org/images/0011/001102/110220e.pdf#page=32 ๗๒ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน. (๒๕๖๐). แจ้งข้อหาชุมนุมทางการเมืองคดี “เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร” เหตุอาจก่อกระแสต่อต้าน รบ.ในเชิงลบ. สืบค้นจาก www.tlhr2014.com/ th/?p=4941 ๗๓ ไทยโพสต์. (๒๕๖๐). ปริญญาแนะยุติคดีติดป้าย”เวทีวิชาการไม่ใช่ค่ายทหาร. สืบค้นจาก www.thaipost.net/?q=node/34307 ๗๔ ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. (๒๕๖๐). ข่าวแจก เรื่อง กสม. ห่วงกังวลต่อเสรีภาพทางวิชาการ. สืบค้นจาก www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9600000086447 92 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐

Select target paragraph3