บทที่ ๒ การประเมินสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุ ทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ เป็นความพยายามและการยืนยันเจตนารมณ์ที่ส�ำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากมี การทบทวนรัฐธรรมนูญฉบับทีผ่ า่ นมาแล้วพบว่า มีสทิ ธิบางอย่างทีเ่ ขียนไว้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพ แต่มไิ ด้ถกู น�ำมาปฏิบตั จิ ริง จึงก�ำหนดให้เป็นหน้าทีข่ องรัฐทีต่ อ้ งด�ำเนินการ และก่อให้เกิดสิทธิของประชาชนและชุมชนในการติดตามเร่งรัดการด�ำเนินการต่าง ๆ รวมถึงก่อตั้งสิทธิในการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหากไม่มีการด�ำเนินการดังกล่าว หมวดหน้าที่ของรัฐจึงเป็น หลักประกันให้แก่ประชาชน โดยรัฐต้องด�ำเนินการตามบทบัญญัติในหมวดดังกล่าว ให้ครบถ้วน โดยเหมาะสมกับสถานะ ทางการเงินและการคลังของประเทศ เพื่อท�ำให้เกิดสิทธิของประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากรัฐอย่างแท้จริง๒๕ หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ เป็นแนวทางให้รัฐด�ำเนินการตรากฎหมายและก�ำหนดนโยบายในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ทัง้ นี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัตใิ ห้รฐั พึงจัดให้มยี ทุ ธศาสตร์ชาติเพือ่ เป้าหมายในการพัฒนาทีย่ งั่ ยืนตามหลักธรรมาภิบาล ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุตธิ รรม ส่งเสริมให้ความคุม้ ครองชาวไทย กลุม่ ชาติพนั ธุใ์ ห้มสี ทิ ธิดำ� รงชีวติ ในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณีวถิ ชี วี ติ ดัง้ เดิมอย่างสงบสุข โดยในหมวดนีไ้ ด้กำ� หนดให้กอ่ น ตรากฎหมาย รัฐพึงจัดให้รบั ฟังความคิดเห็นของผูท้ เี่ กีย่ วข้อง วิเคราะห์ผลกระทบทีอ่ าจเกิดขึน้ จากกฎหมายอย่างรอบด้าน รวมถึงเปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ต่อประชาชน โดยน�ำมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการ ตรากฎหมายทุกขั้นตอนและเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย โดยรับฟัง ความคิดเห็นของผูท้ เ่ี กีย่ วข้อง ซึง่ จะท�ำให้พฒ ั นาการของกระบวนการการออกกฎหมายของประเทศไทยมีความก้าวหน้าไปอีก ขัน้ หนึง่ เมือ่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัตริ บั รองเรือ่ งดังกล่าวไว้ในมาตรา ๗๗๒๖ นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ยังก�ำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจ�ำนวนไม่น้อย กว่าหนึ่งหมื่นคนเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย หรือหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ แต่มีความแตกต่างที่ว่า การก�ำหนดให้ประชาชนผูม้ สี ทิ ธิเลือกตัง้ สามารถเข้าชือ่ เสนอกฎหมายได้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยหรือ หมวดหน้าทีข่ องรัฐ มิใช่หมวดแนวนโยบายพืน้ ฐานแห่งรัฐตามทีบ่ ญ ั ญัตไิ ว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพุทธศักราช ๒๕๔๐ ข้อสังเกต รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้การประกันสิทธิ เสรีภาพของบุคคลแม้มิได้บัญญัติเป็น การเฉพาะไว้ในรัฐธรรมนูญก็ตาม โดยเป็นไปตามเงือ่ นไขทีร่ ฐั ธรรมนูญก�ำหนด ทัง้ นีแ้ ม้สทิ ธิ เสรีภาพใดทีร่ ฐั ธรรมนูญก�ำหนด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่มิได้มีการตรากฎหมายดังกล่าว บุคคลหรือชุมชนก็สามารถใช้สิทธิเสรีภาพนั้นได้ตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึง่ จากบทบัญญัตขิ องรัฐธรรมนูญฉบับนีเ้ ห็นได้วา่ ในหลักการเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มุ่งให้การรับรองและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลเป็นหลัก และให้การจ�ำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นเป็นข้อยกเว้น และเพื่อให้หลักการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพดังกล่าว สัมฤทธิ์ผลในทางปฏิบัติ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้บัญญัติหมวด หน้าที่ของรัฐขึ้นมา โดยได้น�ำสิทธิเสรีภาพบางประการในหมวดสิทธิและเสรีภาพ และบางส่วนในหมวดแนวนโยบาย ๒๕ ประธานคณะกรรมาธิการฯ แสดงเหตุผลในการแปรเปลีย่ นไปของสิทธิและเสรีภาพในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ส�ำหรับกรณีทเี่ ป็นสิทธิเฉพาะตัวของประชาชน เช่น เสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็น และสิทธิในการอยู่อาศัย ยังคงบัญญัติไว้ในหมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย แต่ในกรณีที่เป็นสิทธิประโยชน์ที่ทุกคนควรได้รับ ได้บัญญัติไว้ในหมวดหน้าที่ของรัฐ. ๒๖ มาตรา ๗๗ รัฐ���ึงจัดให้มกี ฎหมายเพียงเท่าทีจ่ าํ เป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมาย ทีห่ มดความจาํ เป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อการดาํ รงชีวติ หรือการประกอบ อาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดําเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบทกฎหมายต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายได้ง่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่าง ถูกต้อง ก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ รวมทั้งเปิดเผยผล การรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์นนั้ ต่อประชาชน และนํามาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขัน้ ตอน เมือ่ กฎหมายมีผลใช้บงั คับแล้ว รัฐพึงจัดให้มกี ารประเมินผล สัมฤทธิข์ องกฎหมายทุกรอบระยะเวลาทีก่ าํ หนด โดยรับฟังความคิดเห็นของผูเ้ กีย่ วข้องประกอบด้วย เพือ่ พัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสม กับบริบทต่างๆ ทีเ่ ปลีย่ นแปลงไป รัฐพึงใช้ระบบอนุญาตและระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จําเป็น พึงกําหนดหลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐและระยะเวลาในการดําเนินการตาม ขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ ในกฎหมายให้ชัดเจน และพึงกําหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 71 บทที่ ๒

Select target paragraph3