รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๘
๙. การคุ้มครองผู้โยกย้ายถิ่นฐานและผู้แสวงหาที่พักพิง
ข้อ ๗๔ การด�ำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการจับกุมคุมขังตามอ�ำเภอใจ การใช้ความรุนแรง
การละเมิดและการแสวงประโยชน์จากผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (บราซิล)
ข้อ ๗๖ การเน้น ความพยายามอย่างต่ อ เนื่ อ งเพื่ อ ประกั น การคุ ้ มครองสิ ท ธิ มนุ ษ ยชนของผู ้ โ ยกย้ า ยถิ่ น ฐาน
และแรงงานต่างชาติทุกคนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งเสริมความปลอดภัยและสวัสดิการส�ำหรับกลุ่มคนดังกล่าว
(เมียนมา)
ข้อ ๗๗ การด�ำเนินความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน (บังกลาเทศ)
ข้อ ๗๙ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกรอบกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อ
คุ้มครองผู้โยกย้ายถิ่นฐาน ผู้แสวงหาที่พักพิง และผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (เเคนาดา)
ข้อ ๘๑ การประกันให้ผู้ย้ายถิ่นฐานที่พบในทะเลได้รับมาตรการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ตามที่ควรจะได้รับภายใต้
กฎหมายระหว่างประเทศ (นิวซีเเลนด์)
ข้อ ๘๒ การประกันการเคารพหลักการไม่ผลักดันกลับ ในกรณีของผูแ้ สวงหาทีพ่ กั พิง และผูล้ ภี้ ยั /การหลีกเลีย่ งการ
ปิดพื้นที่พักพิงบริเวณชายแดนตะวันตกก่อนเวลาอันสมควร ในขณะที่เงื่อนไขส�ำหรับการกลับโดยสมัครใจ ปลอดภัยและสมศักดิ์ศรี
ยังไม่พร้อม/ การดูแลความต้องการด้านความคุม้ ครองของกลุม่ เปราะบางต่าง ๆ อาทิ กลุม่ ชาวโรฮินจา โดยให้สอดคล้องกับกฎหมาย
ระหว่างประเทศ (เเคนาดา)
ข้อ ๘๕ การด�ำเนินการอย่างต่อเนือ่ ง เพือ่ เสริมสร้างความร่วมมือกับส�ำนักงานข้าหลวงใหญ่ผลู้ ภี้ ยั แห่งสหประชาชาติ
รวมถึงประเทศผูบ้ ริจาค และองค์กรเอกชน เพือ่ ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทีจ่ ำ� เป็น และคุม้ ครองสิทธิขนั้ พืน้ ฐานให้แก่ผหู้ นีภยั
ที่ประเทศไทยให้ที่พักพิง
๑๓. กระบวนการยุติธรรม
ข้อ ๑๑๓ การด�ำเนินมาตรการทีม่ ปี ระสิทธิภาพ เพือ่ ปรับปรุงการเข้าถึงการให้คำ� ปรึกษาด้านกฎหมาย บริการด้าน
สุขภาพและการศึกษาของนักโทษ
๑๔. กระบวนการปรองดอง
ข้อ ๑๒๐ การสร้างความปรองดองระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม บนพ��น้ ฐานของหลักการประชาธิปไตย นิตธิ รรม
และขันติธรรม เพื่อน�ำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองและสังคม และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (เวียดนาม)
ข้อ ๑๒๓ การให้ความส�ำคัญอย่างต่อเนื่องกับกระบวนการปรองดองซึ่งมีความจ�ำเป็น เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์
เชิงบวกด้านสิทธิมนุษยชนทีเ่ กีย่ วกับเสรีภาพของบุคคล รวมถึงเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพจากการถูกแก้แค้น และลงโทษ
นอกกระบวนการยุติธรรม (นิวซีเเลนด์)
การเข้าเป็นภาคีกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ประเทศไทยได้ท�ำถ้อยแถลง
ตีความไว้ ๔ ประเด็น ได้แก่ ข้อบทที่ ๒ วรรค ๑ สิทธิในการก�ำหนดเจตจ�ำนงของตนเอง ข้อบทที่ ๖ วรรค ๕ การห้ามประหารชีวิต
ผู้ที่อายุต�่ำกว่า ๑๘ ปี ข้อบทที่ ๙ วรรค ๓ การน�ำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่การพิจารณาคดีโดยพลัน และข้อบทที่ ๒๐ วรรค ๑ การห้ามโฆษณา
ชวนเชื่อเพื่อท�ำสงคราม โดยต่อมา เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยถอนถ้อยแถลงตีความใน
ข้อบทที่ ๖ วรรค ๕ และข้อบทที่ ๙ วรรค ๓ เนื่องจากได้ปรับแก้กฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทดังกล่าวแล้ว และในวันที่
๖ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ประเทศไทยได้ยื่นตราสารขอถอนค�ำแถลงตีความในข้อบทดังกล่าวต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ดังนั้น จึงคง
เหลือถ้อยแถลงตีความอีก ๒ ประเด็น กล่าวคือ ข้อบทที่ ๒ วรรค ๑ และข้อบทที่ ๒๐ วรรค ๑
33