รายงานการศึกษาวิจัย
การเลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพของผูติดเชื้อเอชไอวี
2.4.2 กลไกการรองทุกขและสถาบันที่ทําหนาที่กํากับดูแลและบังคับใชกฎหมาย
นอกจากหลั ก การสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนที่ ไ ด มี ก ารรั บ รองภายใต ก ฎหมายแล ว จากการศึ ก ษาพบว า
ทั้ง 3 ประเทศมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกลไกการรองทุกขและสถาบันหรือหนวยงานที่กํากับดูแลและบังคับใชกฎหมาย
เพื่อใหการคุมครองและเยียวยากลุมผูอาศัยอยูรวมกับเชื้อเอชไอวี ทั้งนี้ ไดมอบใหองคกรอิสระ ไมวาจะเรียก
ชื่ออยางไร อาทิ Employment Tribunal ในสหราชอาณาจักร หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงเครือรัฐ
ออสเตรเลีย มีหนาที่รับเรื่องราวรองทุกขและใหการเยียวยาตอแรงงานที่ถูกเลือกปฏิบัติ เปนหนวยงานในการ
รับเรื่องรองทุกขและเปนหนวยงานกํากับดูแลและบังคับใชกฎหมาย อยางไรก็ดีวิธีการรองเรียน รวมตลอดถึง
ระยะเวลาในการดําเนินการดังกลาวถือเปนประเด็นสําคัญที่ควรนํามาพิจารณาประกอบ เพื่อเปนหลักประกัน
สําคัญในการเขาถึงความยุติธรรมของกลุมผูอาศัยอยูรวมกับเชื้อเอชไอวี
2.4.3 มาตรการดานนโยบายเพื่อแกไขปญหาดานเอดสในโลกแหงการทํางาน
จากการศึกษาแนวปฏิบัติในการดําเนินการแกไขปญหาดานเอดสในโลกแหงการทํางาน พบวา
ความตอเนื่องของนโยบาย การกําหนดยุทธศาสตรเพื่อแกไขปญหาดานเอดสทุกมิติและการดําเนินนโยบาย
โดยเนนการมีสวนรวมและการประสานความรวมมือกับผูมีสวนไดสวนเสียทุกภาคสวน รวมถึงการทํางานรวมกับ
ชุ ม ชนและกลุ ม ผู อ าศั ย อยู ร ว มกั บ เชื้ อ เอชไอวี โ ดยตรง ถื อ เป น แนวคิ ด ที่ สํ า คั ญ ต อ การแก ไขป ญ หาด า นเอดส
สวนการแกไขปญหาการเลือกปฏิบตั ใิ นการประกอบอาชีพ จะตองสงเสริมใหมกี ารปรึกษาหารือระหวางสมาชิกไตรภาคี
รวมถึงแรงงาน (ตามนิยามแรงงานขางตน) และองคกรภาคประชาสังคมที่เกี่ยวของ นอกจากนี้ เครือรัฐออสเตรเลีย
ยังไดมีการจัดตั้งคณะทํางานดานกฎหมายเพื่อศึกษาติดตามประเมินผลการบังคับใชกฎหมายตอการคุมครอง
สิทธิมนุษยชนกลุมผูอยูรวมกับเชื้อเอชไอวี
39