โครงสร้างของประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยประชาคมย่อยจ�ำนวน ๓ ประชาคม คือ ASEAN PoliticalSecurity Community (APSC), ASEAN Economic Community (AEC) และ ASEAN Socio-Cultural Community
(ASCC) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกจากปฏิญญาที่เรียกชื่อกันว่า Bali Concord II ซึ่งที่ประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนได้รับรองในการ
ประชุมครั้งที่ ๙ ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย โดยได้ตกลงให้มีการรวมตัวทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในปี
พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวได้ถูกร่นก�ำหนดการให้เร็วขึ้นเป็นปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ในการประชุมสุดยอดครั้งที่ ๑๓ ที่
ประเทศสิงคโปร์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ และได้มีการรับรองโครงสร้าง ๓ ประชาคมดังกล่าวในกฎบัตรอาเซียนซึ่งมีการรับรอง
ในการประชุมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ อาเซียนมักถูกน�ำไปเปรียบเทียบกับสหภาพยุโรป (European Union) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เมื่อมีการเข้าสู่ประชาคมอย่างเป็นทางการในปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และอาเซียนมีสถานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจาก
ประเทศสมาชิก อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างที่ส�ำคัญขององค์กรทั้งสอง คือ อาเซียนยังมีสถานะเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล
(Intergovernmental) ทีอ่ ำ� นาจการตัดสินใจยังคงอยูก่ บั ประเทศสมาชิก โดยอาเซียนท�ำหน้าทีใ่ นการประสานงานเป็นหลัก
ส่วนสหภาพยุโรปมีลักษณะเป็นองค์กรเหนือรัฐ (Supranational) ที่มีอ�ำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในหลายประเด็น เช่น
การบังคับใช้และก�ำกับการด�ำเนินการตามพันธกรณีที่ก�ำหนดในสนธิสัญญาจัดตั้งสหภาพและการด�ำเนินนโยบายการ
ต่างประเทศ เป็นต้น
ส�ำนักเลขาธิการอาเซียนท�ำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานหลักของอาเซียน มีที่ตั้งที่กรุงจาการ์ต้า ประเทศ
อินโดนีเซีย โดยมีผู้บริหารสูงสุด คือ เลขาธิการอาเซียน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยที่ประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียนจากบุคคล
ผู้มีสัญชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนโดยการคัดเลือกจากประเทศสมาชิกอาเซียนเรียงล�ำดับตามตัวอักษร มีวาระการ
ด�ำรงต�ำแหน่งห้าปี และไม่สามารถด�ำรงต�ำแหน่งเกินกว่าหนึ่งวาระ ในปัจจุบันเลขาธิการอาเซียนคือ นาย เลอ เลือง มินห์
(Le Luong Minh) จากประเทศเวียดนามซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๐
42
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ