จะท�ำหน้าที่เป็นประธาน AICHR (ส�ำหรับประเทศไทย จะท�ำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนและประธาน AICHR อีกครั้งในปี
พ.ศ. ๒๕๖๒ หลังประเทศสิงคโปร์ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑)
ในรูปแบบองค์กรกลุ่ม การพิจารณาของ AICHR จ���งด�ำเนินการโดยการประชุม ซึ่งเอกสารขอบเขต
อ�ำนาจหน้าที่ก�ำหนดให้มีการประชุมปกติ (Regular meeting) อย่างน้อยปีละสองครั้ง ครั้งละไม่เกินห้าวัน โดยให้สลับ
สถานที่ประชุมระหว่างส�ำนักเลขาธิการอาเซียน และประเทศที่เป็นประธานอาเซียน และ AICHR อาจจัดการประชุมพิเศษ
(Special meeting) ได้ตามทีจ่ ะมีมติเห็นชอบร่วมกันซึง่ อาจจัดการประชุมทีส่ ำ� นักเลขาธิการอาเซียนหรือตามทีต่ กลงร่วมกัน
ก็ได้ นอกจากนั้น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอาเซียนอาจก�ำหนดให้มีการประชุม AICHR ได้ ลักษณะการท�ำงาน
ในรูปแบบการประชุมนี้ท�ำให้มีข้อก�ำหนดให้ผู้แทนใน AICHR ของแต่ละประเทศมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุม โดยหากเกิด
กรณีมีความจ�ำเป็นท�ำให้ไม่อาจเข้าร่วมประชุมได้ รัฐบาลประเทศของผู้แทนจะต้องแต่งตั้งผู้แทนส�ำรองเพื่อเข้าร่วมการ
ประชุมโดยผู้แทนส�ำรองจะมีอ�ำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้แทนทุกประการ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหน้าที่หลักของผู้แทนใน
AICHR คือการเข้าร่วมประชุม และการเป็นผู้แทนไม่ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ประจ�ำ (และผู้แทนของแต่ละประเทศสามารถ
ท�ำงานประจ�ำของแต่ละบุคคลควบคู่กับการด�ำรงต�ำแหน่งผู้แทน ซึ่งไม่มีค่าตอบแทนได้ โดยไม่ต้องประจ�ำการที่ส�ำนัก
เลขาธิการอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจของหลายฝ่าย) แต่ก็มีภารกิจหลายประการที่เกิดขึ้น
ระหว่างการประชุม เช่น การประสานงานกับองค์กรภาคประชาสังคม การรับทราบปัญหาและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องหรือ
จะเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค การเข้าร่วมประชุมกับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่
เกี่ยวข้อง นอกเหนือไปจากการเตรียมความพร้อมในการประชุมซึ่งในหลายกรณีท�ำให้ต้องมีการจัดประชุมเตรียมการและ
รับฟังความคิดเห็นของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ย่อมขึ้นกับว่าผู้แทน AICHR แต่ละประเทศให้ความส�ำคัญต่อภารกิจและการ
ด�ำเนินการต่างๆ ข้างต้นมากน้อยเพียงใด
AICHR ถือเป็นองค์กรที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบครอบคลุมด้านการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชนและสิทธิขั้นพื้นฐานของอาเซียน (Overarching Human Rights Institution) ในที่นี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
ในภารกิจของคณะกรรมาธิการอย่างชัดเจน เราสามารถแบ่งภารกิจของคณะกรรมาธิการได้เป็น ๒ ภารกิจหลัก ได้แก่
การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
๑. การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
จากการพิจารณาเอกสารขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ (TOR) ของ AICHR พบว่ามีภารกิจในหลายด้าน
ที่สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เช่น การพัฒนาปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ข้อ ๔.๒) การส่งเสริม
ความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน (ข้อ ๔.๓) การเสริมสร้างขีดความความสามารถ (ข้อ ๔.๔) การส่งเสริมให้ประเทศ
สมาชิกอาเซียนลงนามในเครื่องมือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ (ข้อ ๔.๕) และการจัดท�ำงานวิจัยในประเด็นสิทธิ
มนุษยชนที่ส�ำคัญ (ข้อ ๔.๑๒) บทบาทด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน
คณะกรรมาธิการมีการด�ำเนินงานตามแผนงาน ๕ ปี (Five - Year Work Plan) โดยแผนงานดังกล่าวได้ก�ำหนดภาระงาน
และกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการภายในระยะเวลา ๕ ปี ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๕๓ - ๒๕๕๘ ภาระงานและกิจกรรม
ส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยในวาระของผู้แทนรุ่นที่สอง (พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๕๘) ได้มีภาระงาน
ส�ำคัญที่เกี่ยวกับการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามแผนงาน ๕ ปี เช่น
๑) การเผยแพร่ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและแถลงการณ์พนมเปญว่าด้วยการรับรอง
ปฏิญญาอาเซียนซึ่ง���ีการรับรองในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ การเผยแพร่ตราสารทางการเมืองทั้งสองเป็นไปเพื่อ
เสริมสร้างความตระหนักรูใ้ นสิทธิขนั้ พืน้ ฐานของประชาชนอาเซียน โดยคณะกรรมาธิการได้มกี ารแปลตราสารทางการเมือง
ดังกล่าวเป็นภาษาประจ�ำชาติของประเทศสมาชิกอาเซียนและจัดท�ำเป็นหนังสือเพื่อการเผยแพร่ต่อไป
52
ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ