83 รายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒ - ในมิติการเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับ (ถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น)164 ผู้ที่เรียนในระดับชั้น ของการศึกษาภาคบังคับส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 6 - 14 ปี ในแต่ละปีการศึกษามีจำ� นวนเพิม่ ขึน้ โดยในปีการศึกษา 2560 มีนกั เรียนได้เรียนในระดับการศึกษาภาคบังคับทัว่ ประเทศในสถานศึกษาทุกสังกัดถึงร้อยละ 98.8 จากจ�ำนวน ประชากร 7,191,425 คน ซึ่งต่างจากปีการศึกษา 2556 และ 2558 ที่มีร้อยละ 94.5 จากจ�ำนวนประชากร 7,706,326 คน และร้อยละ 96.5 จากจ�ำนวนประชากร 7,438,384 คน ตามล�ำดับ อย่างไรก็ดี นักเรียนที่ ศึกษาต่อถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีสดั ส่วนเพียงประมาณร้อยละ 70 ของประชากรทีม่ อี ายุระหว่าง 15 - 17 ปี และมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 77.9 ในปี 2556 เหลือเพียงร้อยละ 71.1 ในปี 2560 เนื่องจากผู้เรียนบางคน ที่ส�ำเร็จการศึกษาภาคบังคับประสงค์เข้าสู่ภาคแรงงานมากกว่าที่จะศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ขณะเดียวกัน มีข้อมูลว่าในปีการศึกษา 2558 - 2560 จ�ำนวนและร้อยละของนักเรียนออก กลางคันมีแนวโน้มลดลง คือ 5,567 คน 5,377 คน และ 4,038 คน ตามล�ำดับ ส่วนสาเหตุของการออกกลางคัน โดยส่วนใหญ่พบว่า ร้อยละ 21 เกิดจากปัญหาครอบครัว ร้อยละ 17 เกิดจากฐานะยากจนและหาเลี้ยงครอบครัว และร้อยละ 10 เกิดจากการสมรส165 ในการลดความเหลื่อมล�้ำของโอกาสทางการศึกษา (ซึ่งหมายรวมถึงเด็กที่มาจากครอบครัว ที่มีฐานะยากจน) รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัตกิ องทุนเพือ่ ความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561166 โดยมี วัตถุประสงค์ประการหนึง่ เพื่อส่งเสริมเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัยพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษา ช่วยเหลือเยาวชน ผู้ด้อยโอกาสให้ส�ำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพครูให้พัฒนาเด็ก เยาวชนตามศักยภาพ ที่ต่างกัน สนับสนุนผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาและพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ 164 มาตรา 17 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ก�ำหนดให้การศึกษาภาคบังคับเป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยก�ำหนดให้คนไทยต้องส�ำเร็จการศึกษาอย่างน้อยที่สุดในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และต้องเข้ารับ การศึกษาอย่างช้าสุดเมื่ออายุ 7 ปี ทั้งนี้ ผู้ที่เรียนในระดับชั้นของการศึกษาภาคบังคับนี้ส่วนใหญ่จะมีอายุระหว่าง 6 - 14 ปี 165 จาก ระบบฐานข้อมูลด้านสังคมและคุณภาพชีวติ , จ�ำนวน อัตรา และสาเหตุของนักเรียนออกกลางคัน, โดย ส�ำนักงาน คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2562. สืบค้นจาก http://social.nesdb.go.th/social/ 166 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 256๑ 167 จาก “iSEE” ฐานข้อมูลช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล�้ำของประเทศไทย, โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง การศึกษา, 2562. สืบค้นจาก https://www.eef.or.th/our-work/work-on-database/ อนึ่ง ศักยภาพของ iSEE สามารถช่วยค้นหา คัดกรองเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาอย่างละเอียดเป็นรายคน ส�ำรวจถึงที่อยู่ พบตัวตนจริงและใช้ระบบสารสนเทศที่มีความแม่นย�ำสูง ประมวลผล บริหารจัดการช่วยเหลือ ทั้งยังติดตามการมาเรียน และพัฒนาการจนส�ำเร็จ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นก�ำลังคนที่มีศักยภาพของประเทศตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม บทที่ 3 การประเมินสถานการณ์ สิทธิด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ในการด�ำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ รัฐบาลได้กำ� หนดให้มรี ะบบสารสนเทศเพือ่ ความเสมอภาค ทางการศึกษา (Information System for Equitable Education : iSEE) เพื่อเป็นฐานข้อมูลเด็กและเยาวชน ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสจ�ำนวนมากกว่า 4 ล้านคน ทั้งที่อยู่ในและนอกระบบการศึกษา โดยเชื่อมโยง กับเลขประจ�ำตัว 13 หลักของเด็กและครอบครัวกับฐานข้อมูลภาครัฐใน 6 กระทรวงทีเ่ กีย่ วข้อง และระบบสารสนเทศ ทางภูมิศาสตร์167 แล้วน�ำมาใช้ควบคู่ไปกับโครงการที่ภาครัฐได้ด�ำเนินอยู่ในปัจจุบัน เช่น โครงการเรียนฟรี 15 ปี เงินอุดหนุนนักเรียนยากจน และกองทุนอาหารกลางวัน เป็นต้น

Select target paragraph3