คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ National Human Rights Commission of Thailand 80 ปฐมภูมิจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และการฟืน้ ฟูสขุ ภาพ นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐทีเ่ กีย่ วข้องได้มคี วามพยายามด�ำเนินการ ให้ประชาชนบางกลุ่มที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้รับบริการดังกล่าวทั้งพระสงฆ์ ผู้ต้องขัง แรงงาน ต่างด้าว 3 สัญชาติ และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ยังอยู่ระหว่างการด�ำเนินการแก้ไขปัญหา ส�ำหรับปัญหาสุขภาพที่ส�ำคัญ รัฐได้มีความพยายามป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และประสบ ความส�ำเร็จในการลดอัตราวัยรุ่นตั้งครรภ์ได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งได้จัดให้มีบริการให้ค�ำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือ แก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และแม่วัยรุ่น นอกจากนี้ ในปี 2562 พบว่ามีสถานการณ์สุขภาพที่ควรติดตามและเฝ้าระวัง คือ การที่มีผู้ป่วยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน และมีผู้เจ็บป่วยจากการใช้ผลิตภัณฑ์ กัญชาทีไ่ ม่ได้มาตรฐานหรือไม่ถกู ต้องเพิม่ ขึน้ ส่วนปัจจัยทีม่ ผี ลกระทบต่อสุขภาพยังคงเป็นปัญหาต่อเนือ่ งจากปีทผี่ า่ นมา คือ ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และสารเคมีป้องกันและก�ำจัดศัตรูพืช ที่แม้ว่ารัฐจะมีนโยบายและมีการก�ำหนดมาตรการ แก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน แต่ยังอยู่ระหว่างการด�ำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมชัดเจน ทั้งนี้ ในประเด็นเรื่องสิทธิด้านสุขภาพ กสม. มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1. รัฐควรเร่งพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขและการแพทย์ ได้โดยสะดวกและทั่วถึงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดแก้ไข ปัญหาสถานะบุคคลของกลุ่มนักเรียนรหัส G และ P และกลุ่มคนดั้งเดิมที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่มีช่ือในทะเบียนราษฎร เพื่อขจัดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของบุคคลสองกลุ่มนี้ 2 รัฐควรใช้มาตรการเชิงป้องกันในการจัดการกับปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ การท�ำแท้งโดยไม่ปลอดภัย โดยการให้ความรู้และบริการสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ ทั้งนี้ กระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรเร่งด�ำเนินการให้มีการจัดสวัสดิการแก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และแม่วัยรุ่นตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 โดยเร็ว 3. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนเกี่ยวกับการใช้กัญชาทาง การแพทย์ รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายต่อสุขภาพหากใช้กัญชาที่ไม่ผ่านการผลิตที่มีคุณภาพ 4. ควรก�ำชับให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหา มลพิษด้านฝุน่ ละอองอย่างจริงจังโดยเร่งด�ำเนินมาตรการระยะสัน้ ทีม่ งุ่ ลดปริมาณฝุน่ ละออง PM 2.5 เพือ่ บรรเทาผลกระทบ ต่อสุขภาพของประชาชน ส่วนในระยะกลาง ควรใช้มาตรการต่าง ๆ ทั้งด้านบริหารและนิติบัญญัติเพื่อประกันว่า ค่ามาตรฐาน PM 2.5 จะเป็นไปตามค่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก 5. คณะรัฐมนตรีควรพิจารณาข้อเสนอแนะเรื่องการแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรตามรายงานการ ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ 31/2562 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ของ กสม. ดังกล่าวข้างต้น 3.3 สิทธิด้านการศึกษา ภาพรวม กติกา ICESCR ข้อ 13 ได้รับรองสิทธิของทุกคนให้ได้รับการศึกษา โดยการศึกษานั้นต้องมุ่งให้เกิดการ พัฒนาบุคลิกภาพ ความส�ำนึกในศักดิ์ศรีของคน การเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ความสามารถ มีส่วนร่วมในสังคม รัฐภาคีต้องด�ำเนินการให้การศึกษาระดับประถมเป็นการศึกษาภาคบังคับและจัดให้ทุกคน แบบให้เปล่า จัดการศึกษาระดับมัธยมซึง่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเปิดโอกาสให้ทกุ คนสามารถได้รบั การศึกษา

Select target paragraph3