คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
3. สถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชน
ของกลุ่มบุคคล
16
ในรายงานฉบับนี้ กสม. ได้น�ำเสนอประเด็นสิทธิมนุษยชนของประชากร
5 กลุ่ม ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ สตรี ซึ่งรวมถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ
และผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ
คนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ และผู้แสวงหาที่พักพิง
ในปี 2562 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการด�ำเนินงานเพื่อ
ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็กตามอนุสัญญา CRC และรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ให้ดียิ่งขึ้นโดยมีผลการด�ำเนินงานที่
เป็นรูปธรรมในการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็ก การพัฒนาเด็กปฐมวัย และ
การปราบปรามการแสวงประโยชน์ทางเพศต่อเด็ก ส่วนในด้านการใช้ความรุนแรง
ต่อเด็ก และการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความ
พยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง
รัฐได้มีการเตรียมรองรับประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
โดยการจัดให้มีระบบการออมเพื่อวัยเกษียณแบบสมัครใจส�ำหรับกลุ่มที่ยังไม่มี
ระบบสวัสดิการทางการใด ๆ และมีมาตรการส่งเสริมและคุ้มครองประชากร
สูงอายุ ทั้งการจ่ายเบี้ยยังชีพ การส่งเสริมการมีงานท�ำ การจัดบริการสุขภาพ
และการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิ แต่การด�ำเนินงานในบางด้านยังมี
ข้อจ�ำกัด เช่น การเตรียมความพร้อมของกลุ่มแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่
ยังไม่อยู่ในระบบสวัสดิการใด การจัดบริการสุขภาพที่ยังไม่ตอบสนองต่อการ
เจ็บป่วยของผูส้ งู อายุอย่างทัว่ ถึง และการยังไม่มมี าตรการทีช่ ดั เจนในการป้องกัน
การท�ำร้าย การทอดทิ้ง หรือการล่วงละเมิดผู้สูงอายุ
ส่วนคนพิการยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายส่งเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปี 2550 และอนุสัญญา CRPD ในหลายด้าน
โดยเฉพาะด้านการศึกษา การมีงานท�ำ และการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ
เนื่องจากการขาดแคลนอุปกรณ์สิ่งอ�ำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จ�ำเป็นต่อการ
เข้าถึงสิทธิและการด�ำรงชีวิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมตามความมุ่งหมายของ
อนุสัญญา CRPD อย่างไรก็ดี ในปี 2562 รัฐบาลได้มีการแสดงเจตนารมณ์ที่จะ
ส่งเสริมสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในหลายโอกาส และมีการเปิดให้
คนพิการและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการด�ำเนินงานของภาครัฐ
รัฐบาลได้มีความพยายามส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีอย่างต่อเนื่อง
แต่การด�ำเนินการบางด้านยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก เช่น การกระท�ำรุนแรง
ในครอบครัวที่สถิติผู้หญิงที่ถูกกระท�ำรุนแรงยังคงระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
การขาดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ องค์กรภาคประชาสังคมยังมี
ความกังวลต่อการให้ความส�ำคัญกับการคุ้มครองสถาบันครอบครัว โดยการ
ไกล่เกลี่ยปัญหาการใช้ความรุนแ���งในครอบครัวที่ท�ำให้สตรีมีความเสี่ยงจะถูก
กระท�ำรุนแรงซ�้ำ ในด้านการขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ได้มีการปรับ
หลักสูตรการเรียนการสอนในเรือ่ งความหลากหลายทางเพศและสุขภาวะทางเพศ
เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องดังกล่าวแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนในวงกว้าง