คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
14
โดยถูกบังคับฯ ของสหประชาชาติ รวมถึงได้มกี ารสืบสวนคดีนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ จนมีความคืบหน้าทีส่ ำ� คัญ
ส่วนสถานการณ์ดา้ นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ โดยทัว่ ไปพบว่า ประชาชนสามารถ
ใช้เสรีภาพดังกล่าวได้โดยไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐอันเป็นผลจากการยกเลิกค�ำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ห้ามการชุมนุม
ทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2561 และการยกเลิกประกาศ คสช. ที่ให้สื่องดเว้นการน�ำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นการ
วิพากษ์วจิ ารณ์ในปี 2562 ส่วนการด�ำเนินคดีกรณีการแสดงความเห็นของนักเคลือ่ นไหวทางการเมืองตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระท�ำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พบว่า ยังมีอยู่บ้างแต่ไม่มากเมื่อเทียบกับ
ปี 2561 ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความเท็จและการหลอกลวงประชาชน อย่างไรก็ดี องค์กร
ภาคประชาสังคม ยังคงมีขอ้ ห่วงกังวลเกีย่ วกับการบังคับใช้กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องอันเนือ่ งมาจากความไม่ชดั เจนของถ้อยค�ำ
บางค�ำที่อาจน�ำไปสู่การตีความและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
ในประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เช่น การปรับปรุงระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่เป็นอุปสรรคในการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม
การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ด�ำเนินกิจกรรมด้วยสันติวิธีจากการถูกข่มขู่คุกคามหรือท�ำร้าย การเร่งโอนคดีที่
ยังเหลืออยู่ที่ศาลทหารไปยังศาลยุติธรรมให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว การเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... โดยค�ำนึงถึงความสอดคล้องตามอนุสัญญา CAT เพื่อให้มีผลบังคับ
ใช้โดยเร็ว และรัฐบาลควรลดข้อห่วงกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายที่มีบทบัญญัติ
เป็นการจ�ำกัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�ำ
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและ
กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558
2. สถานการณ์
ด้านสิทธิทาง
เศรษฐกิจ สังคม
และวัฒนธรรม
มีประเด็นทีส่ ำ� คัญ ได้แก่ สิทธิในการมีงานท�ำและความคุม้ ครองทางสังคม
สิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสุขภาพ และประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการ
ประกอบธุรกิจ
ในปี 2562 พบว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการจ้างงานในกลุม่ ประชากร
ที่อาจเข้าถึงโอกาสในการท�ำงานน้อยกว่าประชากรทั่วไป เช่น กลุ่มแรงงาน
นอกระบบ มีการตรากฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองแรงงานในภาคประมงและ
ห้ามการบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ดี ปัญหาการค้าระหว่างประเทศส่งผลให้มี
การปิดโรงงานหลายแห่งโดยค้างการจ่ายค่าจ้างและมีการเลิกจ้างแรงงาน การน�ำ
ปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในภาคธุรกิจอาจท�ำให้มกี ารเลิกจ้างงานมากขึน้ และพบว่า
มีปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานของพนักงานจ้างเหมาบริการของ
ภาครัฐ และการปรับปรุงกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ซงึ่ ยังอยูร่ ะหว่างการด�ำเนินการ
ในด้านการคุ้มครองทางสังคม มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์แก่แรงงาน
ตามกฎหมายประกันสังคมเป็นระยะ และรัฐบาลได้ดำ� เนินการให้แรงงานนอกระบบ
ได้รับความคุ้มครองทางสังคมตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมหรือ
การสมัครเป็นสมาชิกกองทุนออมแห่งชาติได้ตามความสมัครใจ แต่ยังมีแรงงาน
นอกระบบทีส่ มัครใจเข้าสูร่ ะบบคุม้ ครองดังกล่าวค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ รัฐบาล
มีนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและ
เข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน