คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ National Human Rights Commission of Thailand 104 กฎหมายหลักทีค่ มุ้ ครองเด็กจากการถูกกระท�ำรุนแรงมี 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองเด็ก พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 แต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 ได้มกี ารตราพระราชบัญญัตสิ ง่ เสริมการพัฒนาและคุม้ ครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เพือ่ ใช้แทนกฎหมายคุม้ ครอง ผูถ้ กู กระท�ำรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 โดยกฎหมายฉบับใหม่ได้กำ� หนดให้การกระท�ำความรุนแรงในครอบครัวทีเ่ ป็น ความผิดทางอาญาสามารถยอมความได้เมือ่ ผูก้ ระท�ำความรุนแรงได้ปฏิบตั ติ ามค�ำสัง่ คุม้ ครองสวัสดิภาพครบถ้วนแล้ว216 รวมทัง้ ได้กำ� หนดให้มศี นู ย์สง่ เสริมและคุม้ ครองครอบครัวทุกพืน้ ทีเ่ พือ่ เป็นกลไกในการรับแจ้งเหตุการณ์การกระท�ำรุนแรง ในครอบครัวและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ถูกกระท�ำรุนแรง ซึ่งองค์กรภาคประชาสังคมบางส่วนมีข้อห่วงกังวลว่า กฎหมาย ดังกล่าวมีบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้มีการไกล่เกลี่ยกรณีการกระท�ำรุนแรงในครอบครัว อาจมีการให้ความส�ำคัญกับ การคงไว้ซึ่งสถาบันครอบครัวมากกว่าผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้ถูกกระท�ำรุนแรง และอาจท�ำให้ผู้เสียหายมีความเสี่ยง ที่จะถูกกระท�ำรุนแรงซ�้ำ อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 รัฐบาลได้ออกพระราชก�ำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 เพื่อขยายก�ำหนดเวลาในการมีผล ใช้บงั คับของกฎหมายฉบับดังกล่าวเนือ่ งจากความไม่พร้อมในด้านความรูค้ วามสามารถ ความเชีย่ วชาญและประสบการณ์ ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. .... ซึ่งมีวัตถุประสงค์ส�ำคัญ คือ การปรับปรุงกลไกและกระบวนการคุม้ ครองเด็กโดยเพิม่ คณะกรรมการระดับเขตและพืน้ ที่ การก�ำหนดกระบวนการ และวิธีปฏิบัติในการคุ้มครองเด็กอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มกลุ่มเป้าหมายที่จะได้ความคุ้มครองให้รวมถึงเด็กอายุต�่ำกว่า 18 ปีทุกกรณี รวมถึงการคุ้มครองเด็กที่เกิดด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์แบบเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ นอกจากการถูกกระท�ำรุนแรงในครอบครัวแล้ว ยังพบการกระท�ำรุนแรงต่อเด็กในสถานศึกษา ข้อมูล จากกรมสุขภาพจิตพบว่า การส�ำรวจในโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัดเมื่อปี 2560 มีเด็ก ถูกรังแกในสถานศึกษาปีละประมาณ 6 แสนคน โดยเด็กทีค่ รอบครัวใช้ความรุนแรงหรือเด็กทีป่ ว่ ยโรคทางจิตเวชมักเป็น กลุ่มผู้รังแก ส่วนเด็กที่มีความเสี่ยงถูกรังแกสูงคือ เด็กที่มีปัญหาพัฒนาการช้า เด็กพิการ กลุ่มที่เป็นเด็กพิเศษ หรือ กลุ่มเพศทางเลือก และยังพบว่า สือ่ และเทคโนโลยีมบี ทบาทส�ำคัญและเกีย่ วข้องกับพฤติกรรมการกลัน่ แกล้ง โดยกลุม่ เยาวชนไทยมากกว่าร้อยละ 50 มีพฤติกรรมกลัน่ แกล้งผ่านโลกไซเบอร์และคุกคามผูอ้ นื่ ผ่านสือ่ อิเล็กทรอนิกส์ ในปี 2560 พบนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 ร้อยละ 45 มีประสบการณ์เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางโลกไซเบอร์ อย่างน้อย 1 ครั้ง มากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น 4 เท่า คนที่รังแกคือเพื่อนสนิท เพื่อนคนอื่น ๆ ในห้อง - นอกห้องและต่างระดับชั้น ส่วนคนที่ถูกรังแก คือ เด็กไม่ค่อยสู้คน เด็กที่แตกต่าง เด็กเรียนรู้ช้า ออทิสติก เด็���รักเพศเดียวกัน เด็กที่ไม่ค่อยมีเพื่อน217 216 จาก ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ .ศ. ...., โดย ส�ำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ๒๕๖๒ . สืบค้นจาก http://web.krisdika.go.th/data/outsitedata/cosok/ file/14-1-61-3.pdf 217 จาก “การรังแกกัน” จาก ร.ร. สู่ออนไลน์ต้องไม่ตอบโต้กลับแบบเดียวกัน, โดย คมชัดลึก, ๒๕๖๒. สืบค้นจาก https://www.komchadluek.net/news/edu-health/378907

Select target paragraph3