ปลอดภัย แต่เป็ นกำรสร้ ำงควำมเข้ ำใจว่ำกำรทำแท้ งนำไปสู่ อนั ตรำยและไม่ปลอดภัยต่อสุขภำพ เป็ นกำร
ละเมิดสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ที่จะให้ เยำวชนได้ รับข้ อมูลครบถ้ วนเป็ นหลัก (จิตติมำ ภำณุเดช และคณะ,
๒๕๕๐)
นอกจำกนี ้ มีบำงกิจกรรมที่สอดคล้ องกับประเด็นสิทธินำมัยเจริ ญพันธ์ของค่ำยแกนนำวัยรุ่น คือ
กิจกรรมที่ฝึกหัดให้ เยำวชนรับฟั งและรักษำควำมลับของเพื่อนที่ปรึกษำปั ญหำที่เกี่ยวข้ องกับกำรเจริ ญ พันธุ์
ซึ่งรวมถึงประเด็นกำรตังครรภ์
้
(สำนักอนำมัยเจริ ญพันธุ์, ๒๕๕๓, น. ๓๐-๓๒) ซึ่งสอดคล้ องกับสิทธิ ใน
ควำมเป็ นส่วนตัว (Rights to Privacy) ที่กำรให้ บริ กำรด้ ำนสุขภำพทำงเพศและอนำมัยเจริ ญพันธุ์ ต้ องเป็ น
กำรให้ บริกำรโดยเคำรพควำมเป็ นส่วนตัว รักษำควำมลับ ให้ ข้อมูลที่รอบด้ ำนเพื่อประกอบกำรตัดสินใจและ
ยึดกำรตัดสินใจของผู้รับบริ กำรเป็ นหลัก ซึ่งเป็ นหลักกำรที่สำคัญอย่ำงยิ่ง (จิตติมำ ภำณุเดช และคณะ,
๒๕๕๐) อย่ำงไรก็ตำมในกิจกรรมไม่ได้ สอดแทรกควำมคิดเรื่ องสิทธิในควำมเป็ นส่วนตัวกำรรักษำควำมลับ
ตำมสิทธิอนำมัยเจริญพันธุ์ และอนุญำตให้ เยำวชนแกนนำสำมำรถเปิ ดเผยควำมลับได้ ในกรณีเพื่อต้ องกำร
ช่วยเหลือเพื่อนที่มำขอคำปรึกษำ ทำให้ อำนำจกำรตัดสินใจเปิ ดเผยควำมลับเป็ นของแกนนำเยำวชนที่ให้
คำปรึกษำ มำกกว่ำเยำวชนที่มำขอคำปรึกษำ กลำยเป็ นกำรละเมิดสิทธิอนำมัยเจริญพันธุ์ในอีกรูปแบบหนึง่
ขณะที่รัฐได้ ดำเนินกำรตำมมำตรกำรกำรป้องกันเยำวชนตังครรภ์
้
กำรบริ กำรเยำวชนที่ตงครรภ์
ั้
ก็
ถูกดำเนินกำรควบคู่ไ ปด้ ว ย กระทรวงสำธำรณสุข รวมไปถึง สถำนพยำบำลและหน่วยงำนที่ ให้ บริ กำร
ทำงด้ ำนสุขภำพตระหนักถึง อันตรำยจำกกำรตัง้ ครรภ์ ข องเยำวชนหญิ ง กำรขำดกำรบริ กำรสุขภำพที่
ปลอดภั ย กำรได้ รั บ ค ำปรึ ก ษำ และข้ อ มู ล ข่ ำ วสำรในเรื่ อ งสุ ข ภำพทำงเพศและอนำมัย เจริ ญ พัน ธุ์
ขณะเดียวกันก็ พยำยำมอย่ำงยิ่ง ในกำรสร้ ำงวำทกรรมเกี่ ยวกับกำรตัง้ ครรภ์ ของเยำวชนหญิ ง ด้ วยกำร
พยำยำมผลิ ต ซ ำ้ และผลัก งำนวิ จัย ศึก ษำเพื่ อ อธิ บ ำยว่ ำ กำรตัง้ ครรภ์ ข องเยำวชนเสี่ ย งต่ อ กำรเกิ ด
ภำวะแทรกซ้ อนทังหญิ
้ งตังครรภ์
้
และทำรก ไม่ว่ำจะเป็ นกำรตังครรภ์
้
ที่พึงปรำรถนำหรื อไม่พึงปรำรถนำก็
ตำม เช่น งำนวิจยั ศึกษำของสุวชัย อินทรประเสริ ฐ และ สุรศักดิ์ ฐำนีพำนิชสกุล เรื่ อง “กำรตังครรภ์
้
ใน
วัยรุ่น” (๒๕๓๙) และ กำรศึกษำของรพีพรรณ วิบลู ย์วฒ
ั นกิจและคณะเรื่ อง “ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเจตคติ
ต่อกำรตังครรภ์
้
และแบบแผนกำรดำเนินชีวิตในระยะตังครรภ์
้
ของหญิงตังครรภ์
้
วยั รุ่น” (๒๕๕๐)
ทัง้ ๒ งำนวิจัยเผยให้ เ ห็นว่ำ ตลอดกว่ำทศวรรษวำทกรรมทำงกำรแพทย์ กลุ่ม หนึ่งยังคงเชื่ อว่ำ
เยำวชนหญิ งตังครรภ์
้
จะมีอัตรำเสี่ยงต่อกำรเกิดภำวะแทรกซ้ อนต่อมำรดำและทำรกทังในระยะตั
้
งครรภ์
้
ระยะคลอด และหลังคลอดได้ มำกกว่ำกำรตังครรภ์
้
ในวัยผู้ใหญ่ เนื่องจำกมำรดำวัยรุ่นส่วนใหญ่ขำดควำม
พร้ อมทำงร่ำงกำย จิตใจ อำรมณ์ สังคม และเศรษฐกิจ เมื่อเกิดกำรตังครรภ์
้
แม้ จะเป็ นกำรเปลี่ยนแปลงทำง
สรี รวิทยำตำมปกติ แต่มีผลเกี่ยวข้ องกับกำรเปลี่ยนแปลงทำงชีวเคมีและฮอร์ โมนของร่ำงกำย ซึ่งมีอิทธิพล
ต่อกำรเปลี่ยนแปลงทำงจิตใจและอำรมณ์ กำรตังครรภ์
้
ในวัยรุ่นจึงเป็ นภำวะวิกฤตที่ซ ้ำซ้ อนกับภำวะวิกฤต
เดิมที่มีอยูก่ ่อนตำมพัฒนำกำรของวัยรุ่นโดยเฉพำะในมำรดำที่มีอำยุน้อยกว่ำ ๑๗ ปี มักมีฐำนะยำกจน รับ
๖๒