“...ความผิ ดฐานประกอบโรคศิ ลปะโดยมิ ได้ขึ้นทะเบี ยนและ
รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ. การประกอบโรคศิ ลปะ ฯ”
และ
“...ความผิ ดฐานร่ วมกันมี เพนตาโซซี นกับไดอาซี แพมไว้ใน
ครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตกับฐานร่ วมกันใช้ประโยชน์ซึ่งเพน
ตาโซซี นกับไดอาซี แพมโดยไม่ได้รับใบอนุญาต…”
(ไทยจัดจ์, ๒๕๕๕)
ซึ่งจำกคำพิพำกษำของศำลชัน้ ต้ นเผยให้ เห็นว่ำ ไม่เพียงจำเลยผิดกฎหมำยอำญำฐำนที่ทำแท้ ง
แล้ ว จำเลยยังมีควำมผิดตำมกฎหมำยอื่นๆ นอกเหนือจำกกฎหมำยที่เกี่ยวข้ องกับอนำมัยเจริ ญพันธุ์ เช่น
พ.ร.บ. สถำนพยำบำล พ.ศ. ๒๕๔๑, พ.ร.บ. กำรประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒, พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ตอ่
จิตและประสำท พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งเป็ นควำมผิดหลำยกรรมต่ำงกัน และศำลชันต้
้ นให้ ลงโทษทุกกรรมเป็ น
กระทงควำมผิด ดังนันในกำรลงโทษผู
้
้ ที่กระทำแท้ งยุติกำรตังครรภ์
้
ไม่เพียงรับบทลงโทษเฉพำะกำรทำแท้ ง
แต่ยงั ต้ องรับบทลงโทษอื่นๆ ที่เกี่ยวข้ องด้ วย
ข้ อบังคับแพทยสภา
ในประเด็นกำรทำแท้ ง ตำมประมวลกฏหมำยอำญำ มำตรำ ๓๐๑-๓๐๕ มีควำมเกี่ยวเนื่องกับ
ข้ อบังคับแพทยสภำ โดยตรง เพรำะไม่เพียงให้ อำนำจในกำรตัดสินใจของแพทย์ในกำรทำแท้ ง ยังให้ อำนำจ
แพทย์ให้ เป็ นผู้ทำแท้ งแก่เยำวชนหญิงตังครรภ์
้
ซึง่ คณะกรรมกำรแพทยสภำออกข อบังคับหรื อ “ข อบัง
คับแพทยสภำ ว ำด วยหลักเกณฑ กำรปฏิบตั ิเกี่ ยวกับกำรย��ติกำรตัง้ ครรภ ทำงกำรแพทย์ตำม
มำตรำ ๓๐๕ แห ง ประมวลกฎหมำยอำญำ พ.ศ. ๒๕๔๘” ซึ่งเกี่ยวข้ องกับสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ สิทธิ
มนุษยชนของเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
ดงั นี ้
“ข อ ๓ การยุติการตัง้ ครรภ ทางการแพทย ตามาตรา ๓๐๕ แห
งประมวลกฎหมายอาญานัน้ จะกระทาได เมื ่อหญิ งมี ครรภ นัน้ ยิ นยอม
ข อ ๔ แพทย ผู กระทาการยุติการตัง้ ครรภ ทางการแพทย
ตามข อบังคับนี ้ ต องเป นผู ประกอบวิ ชาชี พเวชกรรมตามกฎหมาย
ข อ ๕ การยุติการตัง้ ครรภ ทางการแพทย ตามมาตรา ๓๐๕ (๑)
แห่งประมวลกฎหมายอาญาให เป นไปตามเงือ่ นไข ดังนี ้
(๑) เป นกรณี ทีจ่ าเป นต องกระทาเนื ่องจากป ญหาสุขภาพทาง
กายของหญิ งมี ครรภ หรื อ
๕๓