มาตรา ๒๖ ภายใต้บงั คับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื ่น ไม่ว่าเด็กจะยิ นยอม หรื อไม่ ห้ามมิ ให้ผใู้ ดกระทาการ ดังต่อไปนี ้ (๑) กระทาหรื อละเว้นการกระทาอันเป็ นการทารุ ณกรรมต่ อร่ างกายหรื อ จิ ตใจของเด็ก (๒) จงใจหรื อละเลยไม่ให้สิ่งจาเป็ นแก่การดารงชี วิตหรื อการรักษาพยาบาล แก่เด็กที อ่ ยู่ในความดูแลของตน จนน่าจะเกิ ดอันตรายแก่ร่างกายหรื อจิ ตใจของเด็ก (๓) บังคับ ขู่เข็ ญ ชักจู ง ส่งเสริ ม หรื อยิ นยอมให้เด็กประพฤติ ตนไม่ สมควร หรื อน่าจะทาให้เด็กมี ความประพฤติ เสีย่ งต่อการกระทาผิ ด (๖) ใช้ จ้าง หรื อวานเด็กให้ทางานหรื อกระทาการอันอาจเป็ นอันตรายแก่ ร่ างกายหรื อจิ ตใจมี ผลกระทบต่อการเจริ ญเติ บโต หรื อขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก (๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริ ม หรื อยิ นยอมให้เด็กเล่นกี ฬาหรื อให้ กระทาการใด เพือ่ แสวงหาประโยชน์ทางการค้าอันมี ลกั ษณะเป็ นการขัดขวางต่อการ เจริ ญเติ บโตหรื อพัฒนาการของเด็กหรื อมี ลกั ษณะเป็ นการทารุณกรรมต่อเด็ก” เนื่องจำก พ.ร.บ. ฉบับนี ้มุ่งคุ้มครองเด็กไม่ให้ ตกอยู่ในอันตรำย ดังนันเมื ้ ่อเยำวชนตังครรภ์ ้ และ ตัดสิ นใจดำรงครรภ��� ต่อแต่ไม่สำมำรถเลี ย้ งดูทำรกได้ หลัง คลอด เจ้ ำหน้ ำที่ ที่เกี่ ยวข้ องตำม พ.ร.บ. จะต้ องเข้ ำมำดำเนินกำรคุ้มครองและสงเครำะห์ทำรกที่เกิดมำจำกเยำวชนที่เป็ นแม่ ดังนี ้ “มาตรา ๒๘ ในกรณี ผู้ปกครองตกอยู่ในสภาพไม่ อาจให้การอุปการะเลี ้ยงดู อบรมสัง่ สอนและพัฒนาเด็กได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรื อผูป้ กครองกระทาการใดอันน่าจะ เกิ ดอันตรายต่อสวัสดิ ภาพหรื อขัดขวางต่อความเจริ ญเติ บโตหรื อพัฒนาการของเด็ก หรื อให้การเลี ้ยงดูโดยมิ ชอบ หรื อมี เหตุจาเป็ นอื ่นใดเพื ่อประโยชน์ ในการสงเคราะห์ หรื อคุม้ ครองสวัสดิ ภาพเด็กหรื อป้ องกันมิ ให้เด็กได้รับอันตรายหรื อถูกเลื อกปฏิ บตั ิ โดย ไม่เป็ นธรรม พนักงานเจ้าหน้าทีต่ อ้ งดาเนิ นการให้การสงเคราะห์ หรื อคุ้มครองสวัสดิ ภาพ ตามพระราชบัญญัตินี”้ มำตรำดังกล่ำวไม่เพียงเป็ นกำรคุ้มครองเด็กทำรกที่เกิดมำ แต่ยงั ช่วยเหลือคุ้มครองสิทธิอนำมัย เจริ ญพันธุ์ของเยำวชนหญิงที่ตงครรภ์ ั้ ในสิทธิในกำรมีชีวิตอยู่อย่ำงมีศกั ดิ์ศรี ควำมเป็ นมนุษย์ ไม่ตกอยู่ใน อันตรำย เสรี ธรรมและในควำมมัน่ คงแห่งร่ำงกำย ไม่ถกู กระทำกำรเลือกปฏิบตั ิ บังคับ หรื อใช้ ควำมรุนแรง เช่นเดียวกับในกรณี ที่แม่ไ ม่ส ำมำรถเลี ย้ งลูกได้ เนื่ องจำกปั จ จัยต่ำงๆ ซึ่ง อำจเป็ นเศรษฐกิ จ ครอบครั ว กำรศึกษำ สุขภำพทังกำยและใจ ้ หรื อเหตุผลส่วนบุคคลต่ำงๆ แต่ไม่ต้องกำรยุติกำรตังครรภ์ ้ แต่เพื่อเป็ นกำร คุ้มครองสิทธิเด็กและสิทธิของแม่เองที่จะได้ รับกำรบริ กำรด้ ำนอนำมัยเจริ ญพันธุ์ ซึ่งเป็ นสิทธิในกำรดูแล ๔๗

Select target paragraph3