รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗ สามารถพูดภาษาตุรกีไ ด้และเชื่อว่าบรรพบุรุษ คือ ชนชาติตุรกี ชาวอุยกูร์ที่เข้ามาจะแสดงตนว่าเป็น บุคคลผู้ไร้เอกสารพิสูจน์ตน (Undocumented Persons) หรือแสดงตนว่าเป็นชาวตุรกี เพื่อหลีกเลี่ยง การคัดกรองและพิสูจน์สัญชาติ ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ มีรายงานข่าวการจับกุมชาวอุยกูร์ที่จังหวัด สงขลา จำ � นวน ๒๙๓ คน โดย กสม. ได้ เ ดิ น ทางไปตรวจเยี่ ย มพบว่ า ได้ มี ก ารแยกควบคุ ม ตั ว ผู้ ช าย ในห้องกัก กองบังคับการตำ�รวจตรวจคนเข้าเมือง ๖ จังหวัดสงขลา ส่วนเด็กและผู้หญิงแยกไปควบคุมตัว ที่ บ้ า นพั ก เด็ ก และสตรี ส งขลา ในการดู แ ลของกระทรวงการพั ฒ นาสั ง คมและความมั่ น คงของมนุ ษ ย์ ซึ่งต่อมามีรายงานว่า เด็กและผู้หญิงกลุ่มดังกล่าวได้หลบหนีออกจากบ้านพัก ในส่วนของชาวมุสลิมโรฮิงญา ๑๑ และสภาพการถูกควบคุมตัวในห้องกักสำ�นักงาน ตรวจคนเข้ า เมื อ ง (ตม.) สำ � นั ก งานข้ า หลวงใหญ่ ผู้ ลี้ ภั ย แห่ ง สหประชาชาติ (UNHCR) ได้ เ ผยแพร่ รายงานประจำ � ปี เ กี่ ย วกั บ แนวโน้ ม ของผู้ ลี้ ภั ย ในภู มิ ภ าคเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ว่ า มี จำ � นวนเพิ่ ม ขึ้ น จาก ๔๑๕,๓๐๐ คน ในปี ๒๕๕๕ เป็ น ๘ แสนคน ในปี ๒๕๕๗ โดยส่ ว นใหญ่ เ ป็ น ผู้ ลี้ ภั ย ชาวโรฮิ ง ญา จากเมี ย นมา และได้ อ พยพเข้ า ไปยั ง ประเทศต่ า ง ๆ ในภู มิ ภ าคเอเชี ย ตะวั น ออกเฉี ย งใต้ ๑๒ สำ � หรั บ ประเทศไทยมี ตั ว เลขคาดการณ์ ว่ า มี ช าวโรฮิ ง ญาอยู่ ป ระมาณ ๑ แสนคน๑๓ ทั้ ง นี้ สถานการณ์ ยั ง คง ไม่ ต่ า งจาก ปี ๒๕๕๖ กล่ า วคื อ มี ช าวโรฮิ ง ญาหลบหนี เข้ า สู่ ป ระเทศไทย ทั้ ง ที่ เข้ า มาทำ � งานโดยผ่ า น กระบวนการค้ามนุษย์ และต้องการเดินทางผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย และ อิ น โดนีเซีย มีก ารจับ กุมชาวโรฮิง ญาในฐานะเป็นผู้เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมถึงมีข่าวการผลักดั น ผู้ ที่ อ พยพทางทะเล กสม. ได้ ต รวจเยี่ ย มห้ อ งกั ก ของสำ � นั ก งาน ตม. ในหลาย ๆ แห่ ง และพบว่ า ยั ง มี สภาพแออั��และไม่ถูกสุขลักษณะ ในส่วนของการคุกคาม บังคับหายสาบสูญ และ สังหารแกนนำ�ชุมชนที่เป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน กสม. ได้ดำ�เนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการหายตัวไปของนายพอละจีหรือบิลลี่ รั ก จงเจริ ญ ตลอดจนการสั ง หารแกนนำ � ชุ ม ชนที่ เ ป็ น ผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ์ พร้ อ มกั บ การตั้ ง คณะทำ � งานเพื่ อ ส่ ง เสริ ม และคุ้ ม ครองผู้ พิ ทั ก ษ์ สิ ท ธิ โดยทำ�การสัมภาษณ์ รวบรวมข้อเท็จจริง และจัดทำ�ข้อเสนอแนะเชิง นโยบายที่เกี่ยวข้องเสนอต่อรัฐบาล ๑๑ ราชบัณฑิตยสภา กำ�หนดให้ใช้คำ�ว่า “โรฮีนจา” ตามการออกเสียงของชาวเมียนมา แต่คำ�เรียกที่บุคคลในกลุ่มเรียกขานตนเองคือ “โรฮิงญา” ๑๒ สำ�นักงานข้าหลวงใหญ่ด้านผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ <www.aecnews.co.th/aec_sreport/read/717> เข้าดูข้อมูล ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ๑๓ สำ�นักข่าวอิศรา <www.isranew.org> เข้าดูข้อมูล ณ วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ 49

Select target paragraph3