รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
การสอบสวนและผู ้ ต ้ อ งขั ง ที่ ถู ก พิ พ ากษาคดี ถึ ง ที่ สุ ด
โดยไม่จ�ำเป็น และให้สอดคล้องกับกติกา ICCPR และ
ข้อเสนอแนะจากกระบวนการน�ำเสนอรายงาน UPR
รอบที่ 3 ซึ่งประเทศไทยได้ตอบรับ117
2) รัฐบาลควรพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ
ให้แก่ ยธ. อย่างพอเพียงส�ำหรับการปรับปรุงสภาพเรือนจ�ำ
ให้สอดคล้องกับข้อก�ำหนดมาตรฐานขั้นต�่ำแห่งองค์การ
สหประชาชาติ ใ นการปฏิ บั ติ ต ่ อ ผู ้ ต ้ อ งขั ง (ข้ อ ก� ำ หนด
แมนเดลา) และข้อก�ำหนดว่าด้วยการปฏิบตั ติ อ่ ผูต้ อ้ งขังหญิง
และมาตรการที่มิใช่การคุมขังส�ำหรับผู้กระท�ำผิดหญิง
(ข้อก�ำหนดกรุงเทพ) รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ส�ำหรับ
ดูแลตนเองของผู้ต้องขังในเรือนจ�ำ การจัดสถานที่อยู่
ให้เหมาะสม และการแยกปฏิบตั ทิ ชี่ ดั เจนระหว่างผูต้ อ้ งหา
ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างการสอบสวนหรือพิจารณาคดี
กับผู้ต้องโทษที่ได้รับค�ำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
3) ศาลยุตธิ รรมควรพิจารณาติดตามและประเมิน
ผลการปฏิบัติตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วย
การเปลีย่ นโทษจ�ำคุกเป็นการใช้วธิ กี ารเพือ่ ความปลอดภัย
การน�ำเงือ่ นไขเพือ่ คุมความประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ
หรือการให้สง่ ตัวจ�ำเลยไปเข้ารับการบ�ำบัดรักษาในความผิด
ฐานเสพยาเสพติด หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด
เพือ่ เสพ พ.ศ. 2564 ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วย
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกค�ำสั่งหรือหมาย
อาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565 ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา
พ.ศ. 2565 ซึ่ ง จะเป็ น ประโยชน์ ใ นการสนั บ สนุ น ให้
ผู้ต้องหาได้รับสิทธิต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม รวมถึง
สิทธิที่จะเตรียมการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่
3. การด�ำเนินคดีอาญาล่าช้า
สถานการณ์ ปัญหาหรืออุปสรรค
ในปี 2565 กสม. ได้รบั เรือ่ งร้องเรียนจากผูต้ อ้ งขัง
เกีย่ วกับการด�ำเนินคดีลา่ ช้าของพนักงานสอบสวนจ�ำนวน
52 เรื่อง118 เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 48.57 ซึ่งได้รับ
001-234 V9 CS6.indd 41
41
เรื่องร้องเรียนจ�ำนวน 35 เรื่อง ทั้งนี้ยังพบกรณีที่ผู้ต้องขัง
ที่ถูกศาลพิพากษาจ�ำคุกแล้วและมีคดีอื่นหลายคดี โดย
พนักงานสอบสวนต้องอายัดตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขัง
ดังกล่าวไปที่เรือนจ�ำ แต่ไม่ได้ด�ำเนินการสอบสวนหรือ
ด�ำเนินคดีเพื่อน�ำไปสู่การพิจารณาของศาล จึงส่งผลให้
ผู้ต้องขังดังกล่าวที่ไม่ใช่ผู้ต้องขังเด็ดขาดเสียสิทธิที่จะอยู่
ในเกณฑ์ ที่ จะได้ รั บพิ จารณาสิ ท ธิ ประโยชน์ ใ นการพั ก
การลงโทษ ลดวันลงโทษจ�ำคุก และสิทธิประโยชน์อื่นใด
ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์หรือกฎหมายทีอ่ อกมาจาก
การอภัยโทษในวาระต่าง ๆ
เพื่ อ แก้ ไขปั ญ หาดั ง กล่ า วในเบื้ อ งต้ น ให้ แ ก่
ผู้ร้องเรียน กสม. ได้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
เพื่อเร่งรัดการด�ำเนินคดีไปยังพนักงานสอบสวนเจ้าของ
คดีตามค�ำร้องเรียน และได้จัดท�ำข้อเสนอแนะในการ
ส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน 119 ซึ่ ง ส่ ง ผลให้ มี
การตรวจสอบในกรณีที่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
บางรายอาจบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่มีมูลการกระท�ำ
ผิ ด วิ นั ย อั น เป็ น การสอบสวนล่ า ช้ า และก� ำ ชั บ ให้
พนักงานสอบสวนทัว่ ประเทศปฏิบตั ติ ามประมวลกฎหมาย
วิธีพิจารณาความอาญาและค�ำสั่ง ตร.120 ในการประสาน
ขออายัดตัวและเร่งรัดการสอบสวนผูต้ อ้ งหาทีถ่ กู อายัดนัน้
อย่างเคร่งครัด
อย่ า งไรก็ ต าม รั ฐ บาลได้ ป ระกาศใช้ พ.ร.บ.
ก�ำหนดระยะเวลาด�ำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม
พ.ศ. 2565 มีเป้าหมายในการก�ำหนดระยะเวลาด�ำเนินงาน
ในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมให้ชัดเจนและ
ตรวจสอบความคื บ หน้ า ได้ เพื่ อ ให้ ป ระชาชนได้ รั บ
ความยุตธิ รรมโดยสะดวกและไม่ลา่ ช้า นอกจากนี้ มีการจัดตัง้
และพัฒนาศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม
(Data Exchange Center: DXC) โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับ
ตร. เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถน� ำไปใช้ประโยชน์
ระหว่างกันได้ สนับสนุนการปฏิบตั งิ านของเจ้าหน้าทีแ่ ละ
อ�ำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
3/14/23 8:40 PM