รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในภาพรวมการยื่ น ค� ำ ขอรั บ ความช่ ว ยเหลื อ
ในการเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยา การอนุมัติ
ให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย 2 ฉบับข้างต้นมีจ�ำนวน
เพิ่ ม ขึ้ น เล็ ก น้ อ ย เนื่ อ งจากการรั บ รู ้ สิ ท ธิ ใ นการขอรั บ
ความช่วยเหลือของประชาชนผ่านช่องทางของหน่วยงาน
มี ค วามชั ด เจนขึ้ น โดยกองทุ น ยุ ติ ธ รรมมี ก ารให้
ความช่วยเหลือกรณีขอปล่อยชัว่ คราวผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย
มากขึ้นเมื่อเทียบกับการช่วยเหลือตามภารกิจอื่น ซึ่งเกิด
จากการปรับปรุงสัดส่วนของภาคประชาสังคมในการ
ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจ�ำจังหวัด
ตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2564 ซึ่งถือเป็น
พัฒนาการที่ดี สอดคล้องกับกติกา ICCPR ข้อ 2 (3)
ซึง่ ก�ำหนดให้รฐั จะต้องประกันการช่วยเหลือหรือการเยียวยา
ต่ อ บุ ค คลใดที่ ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ ห รื อ เสรี ภ าพ ส� ำ หรั บ
การช่วยเหลือเยียวยาต่อผูเ้ สียหายและจ�ำเลยในคดีอาญา
ได้ ก� ำ หนดแนวทางการพิ จ ารณาเยี ย วยาคนต่ า งด้ า ว
ที่ตกเป็นผู้เสียหายในประเทศไทยทุกกรณีให้เป็นไปตาม
พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผูเ้ สียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จา่ ย
แก่จ�ำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สอดคล้องตามกติกา ICCPR ข้อ 2 (1) ซึ่งก�ำหนดให้รัฐ
ประกันสิทธิในการได้รบั การเยียวยาโดยไม่ถกู เลือกปฏิบตั ิ
ด้วยเหตุแห่งเชือ้ ชาติหรือเผ่าพันธุ์ รวมถึงการออกข้อบังคับ
ของประธานศาลฎีกา 2 ฉบับ และระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งมุ่งเน้นหลักการปล่อยตัว
ชัว่ คราวเป็นวิธกี ารหลักแทนการควบคุมตัว ท�ำให้ผตู้ อ้ งหา
ได้รบั โอกาสในการพิสจู น์ความบริสทุ ธิไ์ ด้มากขึน้ สอดคล้อง
กั บ หลั ก การมิ ใ ห้ ถื อ เป็ น หลั ก ทั่ ว ไปในการควบคุ ม ตั ว
บุคคลขณะพิจารณาคดีตามกติกา ICCPR ข้อ 9 (3) และ
หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกติกา
ICCPR ข้อ 14 (2)
อย่างไรก็ตาม พบว่าการช่วยเหลือผู้ถูกละเมิด
สิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิด
001-234 V9 CS6.indd 37
37
สิทธิมนุษยชนและการให้ความรูท้ างกฎหมายแก่ประชาชน
ยังมีจ�ำนวนน้อย อาจสืบเนื่องจากการที่ยังไม่เป็นที่รับรู้
ของสาธารณชนถึงภารกิจดังกล่าวของกองทุนยุติธรรม
ตลอดจนเนือ้ หาทีเ่ ผยแพร่อาจมีความซับซ้อนและใช้ภาษา
ทีเ่ ป็นทางการ อาจท�ำให้ผขู้ อรับความช่วยเหลือไม่สามารถ
เข้าถึงตามวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือได้ และ
แม้วา่ จะมีการปรับปรุงอัตราส่วนระหว่างภาคประชาสังคม
กับหน่วยงานราชการในคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด
แต่อาจไม่เห็นความแตกต่างชัดเจนมากนักในการพิจารณา
ในรู ป ขององค์ ค ณะ ซึ่ ง ต้ อ งติ ด ตามผลในการอนุ มั ติ
ความช่วยเหลือประชาชนตามภารกิจของกองทุนยุตธิ รรม
ทีม่ งุ่ ให้เกิดประโยชน์ตอ่ ประชาชนต่อไป เพือ่ ให้สอดคล้อง
กับกติกา ICCPR และข้อเสนอแนะจากกระบวนการ
น�ำเสนอรายงาน UPR รอบที่ 3 ซึง่ ประเทศไทยได้ตอบรับ93
นอกจากนี้ ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย
ควรสอดคล้องกับปฏิญญาว่าด้วยหลักการพืน้ ฐานเกีย่ วกับ
การอ� ำ นวยความยุ ติ ธ รรมแก่ ผู ้ ที่ ไ ด้ รั บ ความเสี ย หาย
จากอาชญากรรมและการใช้ อ� ำ นาจโดยไม่ ถู ก ต้ อ ง
(Declaration of Basic Principles of Justice for
Victims of Crime and Abuse of Power)94 เพื่อเป็น
การคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนของผู ้ เ สี ย หายให้ ค รบถ้ ว น
ตลอดกระบวนการในการเข้าถึงความยุติธรรม
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) รัฐบาลโดย ยธ. ควรพิจ��รณาด�ำเนินการ
เชิงรุกมากขึน้ ในการประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และเอกสาร
แนวทางในการขอรับความช่วยเหลือด้วยภาษาที่เข้าใจ
ง่ายและช่องทางที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน
ได้เข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง และเป็นการสร้าง
หลักประกันว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงความยุติธรรม
อย่างเท่าเทียม
3/14/23 8:40 PM