กับผูต้ ดิ เชือ้ หรือผูท้ มี่ คี วามเปราะบางด้านสุขภาพให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้โดยไม่เลือกปฏิบตั ิ และในพืน้ ทีท่ มี่ กี ารระบาดสูง
ที่ มี ก ารกั ก ตั ว แรงงานต่ า งด้ า วในพื้ น ที่ จ�ำกั ด และสภาพแออั ด และยั ง ไม่ ส ามารถแยกบุ ค คลที่ อ าจติ ด เชื้ อ ออกได้
ควรหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยง รวมทั้งมีการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคและมาตรการ
ของรัฐให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและในภาษาที่แรงงานสามารถเข้าใจได้และด�ำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ต่อการแก้ปญ
ั หาการลักลอบน�ำแรงงานทีผ่ ดิ กฎหมายเข้าประเทศ และการเปิดบ่อนการพนันทัว่ ประเทศ โดยเฉพาะหากมี
เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระท�ำความผิดดังกล่าว
ส�ำหรับสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ปี 2563
เป็ น ปี ที่ มี ก ารชุ ม นุ ม เกิ ด ขึ้ น ในหลายพื้ น ที่ ทั้ ง การชุ ม นุ ม ทางการเมื อ งและการชุ ม นุ ม เพื่ อ สะท้ อ นปั ญ หาสิ ท ธิ ท าง
เศรษฐกิ จและสั ง คมต่ อ เนื่ อ งเกื อ บตลอดทั้ ง ปี ยกเว้น ในช่ว งที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เริ่ม ตั้งแต่ป ลาย
เดือนมีนาคม 2563 และรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพื่อคุ้มครองสิทธิ
ด้านสุขภาพของประชาชน รวมถึงการห้ามชุมนุมใด ๆ แต่เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ดีขึ้น รัฐบาล
ได้ผอ่ นคลายมาตรการให้ประชาชนสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุม่ และกลับมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบได้ตงั้ แต่เดือน
สิงหาคม 2563 ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ยงั ต้องปฏิบตั ติ ามมาตรการป้องกันโรคทีท่ างราชการก�ำหนด
หลังจากการผ่อนคลายมาตรการ กลุ่มต่าง ๆ ได้มีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่ง กสม. ได้เฝ้าระวัง
และติ ด ตามสถานการณ์ ก ารชุ ม นุ ม โดยใกล้ ชิ ด และมี แ ถลงการณ์ ห รื อ ข่ า วประชาสั ม พั น ธ์ อ ย่ า งต่ อ เนื่ อ งตาม
ความเหมาะสมของสถานการณ์เพือ่ ให้หน่วยงานของรัฐและผูช้ มุ นุมตระหนักถึงหลักการสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีขอ้ เสนอแนะ
หลายประการเพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด�ำเนินการเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
ตามที่รัฐธรรมนูญและกติกา ICCPR ให้การรับรอง จากการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมส่วนใหญ่พบว่า
ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแม้จะมีการกระทบกระทั่งกันอยู่บ้างระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแล
ความสงบเรียบร้อยในบางกรณี แต่ทั้งสองฝ่ายพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี
มีการชุมนุมสองกรณีที่บริเวณแยกปทุมวันและหน้ารัฐสภาที่รัฐใช้มาตรการยุติการชุมนุมโดยการฉีดน�้ำแรงดันสูง ซึ่งมี
การผสมสารเคมีเข้าใส่ผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่แยกปทุมวัน ซึ่ง กสม. เห็นว่ายังไม่ปรากฏ
ลั ก ษณะที่ แ สดงให้ เ ห็ น ถึ ง การใช้ ค วามรุ น แรงจนถึ ง ขั้ น ต้ อ งใช้ ม าตรการสลายการชุ ม นุ ม การฉี ด น�้ ำ ผสมสารเคมี
จึงเป็นการกระท�ำที่เกินสมควรแก่เหตุ อย่างไรก็ดี ในภาพรวมรัฐยังคงท�ำหน้าที่ดูแลการใช้เสรีภาพในการชุมนุม
โดยสงบของประชาชนโดยไม่ได้แทรกแซงการใช้เสรีภาดังกล่าวแม้ในบางกรณีผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุม
ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่การชุมนุมยังคงด�ำเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ รัฐได้มี
การแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ชุมนุมจ�ำนวนหนึ่งในฐานความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ จึงเป็นไปในแนวทางเดียวกับ
ความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการประจ�ำกติกา ICCPR ในเรื่องสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ และโดยทั่วไปผู้ชุมนุมได้รับ
การปล่อยชั่วคราวในระหว่างการด�ำเนินคดี
(2)
การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
มีประเด็นส�ำคัญได้แก่ การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน การติดตามจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และปัญหา
เรือนจ�ำแออัด สถานการณ์การกระท�ำทรมาน การบังคับให้สญ
ู หาย และการคุม้ ครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สถานการณ์
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โทษประหารชีวิต การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน
ในปี 2563 รัฐยังคงส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งการ
ช่วยเหลือผู้เสียหายและจ�ำเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย
แก่จ�ำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ทีม่ จี �ำนวนเพิม่ ขึน้ ส่วนการให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนยุตธิ รรมในการให้ความช่วยเหลือ
แก่ ป ระชาชน ส่ ว นใหญ่ เ ป็ น การช่ ว ยเหลื อ ในเรื่ อ งการปล่ อ ยชั่ ว คราวและค่ า ใช้ จ ่ า ยในการด�ำเนิ น คดี ใ นขณะที่
14
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand