สุขภาพ สภาพแวดล้อม และสังคม การคุ้มครองสิทธิที่เกี่ยวกับการท�ำงานโดยขยายอายุแรงงานนอกระบบให้มีสิทธิเป็น
ผูป้ ระกันตนตามมาตรา 40 ของพระราชบัญญัตปิ ระกันสังคม พ.ศ. 2533 จากเดิม 60 ปีเป็น 65 ปี และส่งเสริมการเข้าถึง
สิ่งอ�ำนวยความสะดวกที่เป็นสาธารณะ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังพบว่า มีปัญหาและความท้าทายบางประการ อาทิ การจัด
ระบบดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง อุปสรรคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ ปัญหา
การใช้ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ ซึ่ง กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการส่งเสริมและ
คุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ ข้างต้นอย่างครอบคลุมแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2563 และได้ย�้ำข้อเสนอแนะ
บางข้อในรายงานฉบับนี้ เช่น การให้ความส�ำคัญกับผู้สูงอายุที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในการมีสวัสดิการสังคมและ
มาตรฐานการครองชีพทีเ่ พียงพอ การพิจารณาทบทวนกฎหมายและระเบียบทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อการด�ำเนินงานขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมสิทธิและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การก�ำหนดแนวทางให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง การก�ำหนดกลไกในการเฝ้าระวังและแก้ไข
ปัญหาผูส้ งู อายุถกู ทอดทิง้ ถูกกระท�ำรุนแรง หรือถูกล่วงละเมิดทัง้ จากบุคคลในและนอกครอบครัวในระดับท้องถิน่ รวมถึง
การใช้เครือข่ายอาสาสมัครในการด�ำเนินงาน และการประสานงานกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องเพือ่ ให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น
ส�ำหรับกลุ่มคนพิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการด�ำเนินการเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิคนพิการในหลายด้าน
ทั้งการส่งเสริมสิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมโดยเพิ่มเบี้ยความพิการส�ำหรับเด็กและผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตร
สวัสดิการแห่งรัฐ การส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและทัว่ ถึงผ่านศูนย์บริการคนพิการในระดับ
ชุมชน การส่งเสริมการเข้าถึงการมีงานท�ำผ่านการฝึกอาชีพและการจัดหางาน การจัดให้มีระบบบริการผู้ช่วยคนพิการ
เพื่อช่วยเหลือคนพิการให้สามารถด�ำรงชีวิตได้โดยอิสระและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ตามอนุสัญญา CRPD นอกจากนี้
รัฐบาลได้ตอบรับข้อเสนอแนะของ กสม. เรือ่ งการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะและได้เริม่ ด�ำเนินการท�ำแผนเพือ่ ปรับปรุง
และออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งก�ำหนดมาตรฐานสิ่งอ�ำนวยความสะดวกที่จ�ำเป็นของระบบขนส่งสาธารณะ
ทีค่ นพิการใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการในการส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิบางประการยังไม่เห็นผลชัดเจน
โดยเฉพาะสิทธิด้านการศึกษาของเด็กพิการที่ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาเพียงในระดับประถมศึกษาเท่านั้น ส่วนเด็กที่มี
ความบกพร่องทางสติปัญญา มีปัญหาทางการเรียนรู้ พฤติกรรมและอารมณ์ และเด็กออทิสติกเป็นกลุ่มที่ยังขาดรูปแบบ
ระบบการจัดการศึกษาทีช่ ดั เจน ขาดครูผสู้ อนทีม่ คี วามรูแ้ ละทักษะทีเ่ หมาะสม ขาดระบบสนับสนุนครอบครัวให้สามารถ
เตรียมความพร้อมเด็กพิการกลุ่มนี้ในการเข้าเรียนรวมกับเด็กปกติได้ ด้านสิทธิในการท�ำงาน พบว่าจ�ำนวนคนพิการที่ได้
ท�ำงานตามมาตรการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการไม่เพิ่มขึ้น การจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐยังมีน้อย ขณะเดียวกัน
ยังไม่พบว่ามีมาตรการป้องกันและคุ้มครองช่วยเหลือที่ชัดเจนกรณีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหญิงพิการ กสม. จึงมี
ข้อเสนอแนะต่อรัฐเพื่อส่งเสริมให้ค��พิการให้ได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิด้านการศึกษา โดยการจัดการ
ศึกษาที่เหมาะสมแก่คนพิการตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 รวมทั้งจัดให้มีระบบ
สนับสนุนการเรียนการสอนทีเ่ หมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท ด้านการจ้างงานควรศึกษาปัจจัยทีเ่ ป็นอุปสรรคต่อ
การจ้างงานหรือการท�ำงานของคนพิการซึง่ ยังมีจ�ำนวนน้อยเมือ่ เปรียบเทียบกับคนพิการทีอ่ ยูใ่ นวัยท�ำงานและท�ำงานได้
อีกทั้งควรพิจารณามาตรการในการป้องกันคนพิการ โดยเฉพาะเด็กหญิงพิการจากการถูกท�ำร้ายหรือล่วงละเมิด
และเพิ่มมาตรการในการคุ้มครองช่วยเหลือและเยียวยา เป็นต้น
ในด้านสิทธิสตรี รัฐมีการด�ำเนินการที่ส่งเสริมและคุ้มครองสตรีหลายด้าน อาทิ การปราบปรามการค้ามนุษย์
เพื่อแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีซึ่งมีสถิติคดีลดลง การออกมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือ
คุกคามทางเพศในการท�ำงานซึง่ สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจ�ำอนุสญ
ั ญา CEDAW การแก้ไขเพิม่ เติม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 เกี่ยวกับเงื่อนไขการท�ำแท้งซึ่งจะช่วยให้สตรีที่มีความจ�ำเป็น
เข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนมีมาตรการส่งเสริมความเท่าเทียม
ระหว่างเพศภายในองค์กรของตน ตลอดจนการจัดท�ำร่างกฎหมายคู่ชีวิตและเตรียมแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศในเรื่องการก่อตั้งครอบครัว อย่างไรก็ตาม พบว่า
การกระท�ำความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยผู้หญิงเป็นผู้ถูกกระท�ำสูงถึงร้อยละ 84 รวมทั้งยังคงพบ
18
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand