บทสรุปผู้บริหาร
การจัดท�ำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศฉบับนี้ เป็นการด�ำเนินการ
ตามหน้าที่และอ�ำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่บัญญัติในมาตรา 247 (2) ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 26 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 โดยในการจัดท�ำรายงานดังกล่าว กสม. ได้ประมวลข้อมูลจากเหตุการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในปี 2563 ทั้งข้อมูลจากการด�ำเนินการของหน่วยงานของรัฐ ข้อมูลจากภาคประชาชน ข้อมูล
จากการปฏิบตั งิ านของ กสม. และจากการประชุมรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง แล้วน�ำข้อมูลทีไ่ ด้มาวิเคราะห์
และพิจารณาเปรียบเทียบกับสิทธิต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายภายในและหนังสือสัญญา
ทีป่ ระเทศไทยเป็นภาคีและมีพนั ธกรณีทจี่ ะต้องปฏิบตั ติ าม เพือ่ ประเมินสถานการณ์สทิ ธิในแต่ละด้านและจัดท�ำข้อเสนอแนะ
โดยได้แบ่งการประเมินสถานการณ์ออกเป็น 4 ด้าน ตามขอบเขตของสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนและ
ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ส�ำคัญในบริบทของประเทศไทยในปี 2563 ได้แก่ (1) การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในสถานการณ์เฉพาะ (2) การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (3) การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม และ (4) การประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของกลุม่ บุคคล ดังมีสาระ
ส�ำคัญโดยสรุป ดังนี้
(1) การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในสถานการณ์เฉพาะ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
บทสรุปผู้บริหาร
ในปี 2563 มีสถานการณ์เฉพาะที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่ส�ำคัญ 2 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษา
และประชาชน
การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในวงกว้างท�ำให้รฐั บาลต้องประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉินเพือ่ ก�ำหนดมาตรการ
ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยบางมาตรการมีลักษณะเป็นการจ�ำกัดสิทธิและเสรีภาพบางประการ อาทิ
การห้ามเดินทางข้ามเขตจังหวัด การก�ำหนดเวลาออกนอกเคหสถานหรือเคอร์ฟิว การห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มหรือ
การชุมนุม แต่มาตรการดังกล่าวมีความจ�ำเป็นและได้สัดส่วนกับความรุนแรงของสถานการณ์โดยมีข้อมูลเชิงประจักษ์
ทีแ่ สดงให้เห็นว่า เป็นมาตรการทีม่ ปี ระสิทธิผลและรัฐได้ผอ่ นผันหรือยกเว้นการบังคับใช้มาตรการเหล่านัน้ เมือ่ สถานการณ์
แพร่ระบาดเริ่มคลี่คลายลง ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งกลุ่มแรงงาน
ผู้สูงอายุ และคนพิการที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจด้านเศรษฐกิจและการครองชีพ เพื่อคุ้มครองสิทธิที่จะมีมาตรฐาน
การด�ำรงชีวิตที่เหมาะสม ผ่านมาตรการเยียวยาและมาตรการทางการเงินเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม การให้
ความช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์ท�ำให้ผู้ได้รับผลกระทบบางกลุ่มเข้าไม่ถึงสิทธิ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ เนื่องจากมีอุปสรรค
ทางภาษาหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต และยังพบปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น
ในกลุม่ ผูห้ ญิง และปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขโดยเฉพาะเรือ่ งการยุตกิ ารตัง้ ครรภ์ได้ ในการแพร่ระบาด
ระลอกใหม่ที่พบในกลุ่มแรงงานต่างด้าวจ�ำนวนมากและการติดเชื้อในหลายจังหวัดที่มีความเชื่อมโยงจากบ่อนการพนัน
สะท้อนถึงการท�ำงานของหน่วยงานของรัฐในการบังคับใช้กฎห��ายที่ไม่สามารถด�ำเนินการในเรื่องดังกล่าวได้อย่างจริงจัง
จึงท�ำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ขนึ้ กสม. จึงมีขอ้ เสนอแนะต่อรัฐบาลให้ค�ำนึงถึงข้อจ�ำกัดในการเข้าถึงความช่วยเหลือ
ของประชากรบางกลุ่มและก�ำหนดช่องทางที่เหมาะสมเพื่อให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวได้เข้าถึงและใช้สิทธิในทางปฏิบัติ
ได้จริง ในส่วนของการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 นัน้ ควรจัดหาให้บคุ คลทีม่ คี วามเสีย่ งจากการปฏิบตั งิ านทีอ่ าจสัมผัส
13