61 นั ก วิ ช าการที่ น าเสนอแนวคิ ด ชุ มชนนิย ม มั ก สะท้ อ นให้เ ห็ นถึ ง ปัญ หาของแนวคิ ดเสรีนิ ยม ที่ มัก ให้ ความสาคัญมากเกินไปต่ อความเป็นปัจ เจก และยังเห็นปัญหาของการที่แนวคิ ดเสรีนิย มให้ คุณค่า อย่างสู ง กั บ การส่ ง เสริ มเสรี ภาพ และความเท่ าเที ยมกั นระหว่า งปั จเจก 43 โดยเฉพาะความเป็ นปั จเจกชนเสรีที่ ใ ช้สิทธิ เสรีภาพมากเกิน กว่า การให้ค วามสนใจกั บชุ มชน สังคม การเมือง และประเทศชาติ สิ่งนี้ส่งผลลบต่ อแนวคิ ด พลเมืองแบบเสรีนิยม และยิ่งเพิ่มความต้องการพลเมืองแบบชุมชนนิย มมากขึ้น ด้วยหวังจะสร้างพลเมืองที่ ช่ ว ย สร้างชุมชน สังคม และการเมืองให้ดีขึ้ น 44 ในขณะที่แนวคิดชุมชนนิย มมองว่าความหมายในชีวิ ตของแต่ ล ะคน และเสรีภาพของปัจ เจกชนที่เ ข้ มแข็ งและมี ชีวิ ต ชี วาขึ้ น อยู่ กับ การมีสั มพั น ธ์ที่ ดี กับ คนอื่น ๆ ในชุมชน ดังนั้ น นโยบายของรัฐบาลและการตัดสินใจเลือกของปัจเจกชน จึงควรตอบสนองกับค่านิยมของสังคม 45 แนวคิดชุมชนนิยมนั้น ได้เกิดขึ้นเป็นสองกระแสหลัก โดยในช่วงทศวรรษที่ 1980 เป็นกระแสที่เรียกว่ า “the academic communitarianism” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ศึกษากันในกลุ่มนักทฤษฎีการเมืองเล็ก ๆ โดยมองใน มิติทางสังคม (social dimension) ของมนุษย์ ต่อมาในช่วงทศวรรษที่ 1990 แนวคิดชุมชนนิยมได้ กลายเป็ น สิ่งที่เรียกว่า “the responsive communitarianism” ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเรียกในทางการเมื อง หรือในนักชุมชน นิยมสมัยใหม่ (neocommutarians) ที่เป็นทั้งนักวิชาการและผู้จัด ทานโยบาย โดยคนกลุ่มนี้มองว่าสิท ธิ ข อง ปัจเจกชน และคุณค่าร่วม (common goods) เป็นสองสิ่งหลักซึ่งเป็น ที่มาของการกาหนดกฎเกณฑ์ ต่างๆ ใน สังคม46 ในช่วงกระแส the academic communitarianism นั้น เป็นช่วงที่มีการโต้เถียงแนวคิดจากงานเขี ย น ชิ้นหนึ่งของ John Rawls ที่มีชื่อว่า A Theory of Justice ซึ่งแนวคิดของนักคิดและนักปรัชญาการเมืองหลาย ท่ า น เช่ น Alasdair MacIntyre, Michael Sandel, Charles Taylor และ Michael Walzer ได้ เ ห็ น ขั ด แย้ง กับข้อสันนิษฐานของ Rawls ที่ว่า ภาระหน้าที่ของรัฐคือการรักษาไว้และแจกจ่ายไปซึ่ งเสรีภาพและทรั พยากร ทางเศรษฐกิจให้เหมาะสมแก่ ปัจเจกชนอย่า งเป็นธรรม เพื่อชี้นาวิถีชีวิตอันเป็นอิสระของประชาชน Rawls ยัง กล่าวอีกว่า ในทุก ๆ โครงสร้างของระบบสังคมนั้น สามารถมองหาตาแหน่งที่ มีเรียกว่า “Archimedean Point” ได้ ความยุติธรรมและความเท่า เทีย มจะอยู่ บนพื้นฐานของจุ ��ที่ ว่านี้ ในขณะที่กลุ่มชุ มชนนิย มนั้ นกลับ มองว่ า พื้นฐานของความยุติธรรมนั้นจะต้องอยู่บนปัจจัยแห่งชีวิ ต วิถีปฏิบัติอันแตกต่างกันไปในแต่ล ะสัง คม ดังนั้น จึง อาจแตกต่างกันได้โดยขึ้นอยู่กับบริบทของสังคม โดย Alasdair MacIntyre และ Charles Taylor กล่าวว่าการ ตัดสินสิ่งใดๆนั้นต้องอยู่บนเหตุผ ลและการตีความภายในกรอบของสัง คมนั้น ๆ ที่เห็นและเป็นอยู่ ดังนั้นจึงเป็ น การไร้เหตุผลที่จะดาเนิ นรูปแบบของสั งคมจากความเชื่ อหรือ แนวทางปฏิบัติ ใดๆ ของมนุษย์ 47 ส่วน Michael 43 จาก แนวคิดชุมชนนิยมกับการสร้ างเสริม เสรี ภาพ, โดย ธร ปีติดล, 2561, สืบค้นจาก: http://v-reform.org/wp-content/ uploads/2014/06/แนวคิดเรื่องชุมชนกับการสร้างเสริมเสรีภาพ.pdf 44 พลเมืองและความเป็นพลเมืองกับมุมมองที่แตกต่าง ระหว่างเสรีนิยมและชุมชนนิยม (ตอนที่ 2). 45 จาก อธิ บ ายศั พ ท์ สัง คมศาสตร์ เ พื่อ การพัฒ นา, โดย วิ ท ยากร เชี ย งกู ล, 2561, สื บ ค้ น จาก: https://witayakornclub. wordpress.com/ 2008/04/15/ comunitarian-ชุมชนนิยม/ 46 From Communitarianism, by Etzioni A., 2018, Retrieved from: https://icps.gwu.edu/sites/icps.gwu.edu/files/ downloads/Communitarianism.Etzioni.pdf 47 From Philosophy and the Human Sciences: Philosophical Papers 2, ( ch. 1) , by Taylor C., 1985, Cambridge: Cambridge University Press, Against the Self-Images of the Age, (chs.18–22), by MacIntyre A., 1978, Notre Dame: University

اختر الفقرة المستهدفة3