58 เช่ น เดี ย วกั บ การพิ จ ารณาแบ่ ง ประเภทของชุมชนของยศ บริ สุ ท ธิ์ ที่ ไ ด้ จ าแนก ประเภทของชุมชน สามารถจาแนก โดยพิจารณาเป็น 2 เกณฑ์ ได้แก่ (1) ประเภทของชุมชนจาแนกตามความเจริ ญเชิง พื้น ที่แ ละเศรษฐกิจ-สัง คม (area and socio-economic) ซึ่งเป็นชุมชนในมุ มมองของชุ มชนที่ เป็ นชุ มชน สามารถจาแนกได้ 2 ประเภท หลัก คือ (1) ชุ ม ชนชนบท (rural community) และ (2) ชุ ม ชนเมื อ ง (urban community) นอกจากนี้ ยั งมี ชุมชนชานเมือ ง (peri-urban community) และ ชุมชนกึ่งเมือง (semi-urban community) ซึ่งเป็ น ชุมชนที่กาลังเปลี่ย นผ่านจากชุ มชนชนบทเป็ นชุ มชนเมื องด้ วย อย่างไรก็ตามโดยทั่ วไปแล้ว การเปรียบเที ย บ ความ แตกต่างของชุมชนที่จาแนกตามความเจริญ เชิง พื้น ที่แ ละเศรษฐกิ จสัง คมแล้ว มักกล่าวถึงชุมชนชน บท และชุมชนเมืองเป็นหลัก (2) ประเภทของชุ ม ชน จ าแนกตามกลุ่ ม คนและสั ง คม (group and society) สามารถ จาแนกได้ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ชุมชนเฉพาะพื้นที่ และชุมชนนักปฏิบัติ เช่น ชุมชนในมหาวิทยาลัยขอนแก่ น ชุมชนในโรงงานอุตสาหกรรม ชุมชนของกลุ่มคนที่ทางานในองค์ กรเดียวกัน หรือชุ มชนของผู้ที่ประกอบหน้ า ที่ การงานในลักษณะเดี ยวกัน เป็นต้น ชุมชนประชาคม เช่น ประชาคมอาเซียน หรือประชาคมยุโ รป เป็นต้ น และ ชุมชนเสมือนจริง เช่น ชุมชนที่อยู่บนเครือข่าย ในแง่ความสาคัญของชุมชนแล้ว ด้วยการดารงอยู่ของชุมชนนั้ นอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าที่ มาจากความ เอื้ออาทร การช่วยเหลือพึ่งพากัน ความซื่อสัตย์ และคุณค่าอื่นๆ ระหว่างคนในชุมชนที่อาศัยอยู่ร่ วมกัน โดยมี การยึดถือแนวทางการดาเนินชีวิตที่พึงประสงค์หรือเป็นที่ พึงปรารถนาของสั งคม ตลอดจนเป็นการสะท้อนแบบ แผนทางวัฒนธรรมประเพณี ที่ดี งามที่สื บจากรุ่น หนึ่ ง สู่ค นรุ่น ต่ อ ๆ มา การเกิดขึ้นของชุ มชนจึ ง เป็ นกา รปลุ ก จิตสานึกให้คนในชุมชนช่วยกันหัน มารัก ษาคุ ณค่าทางสัง คม และวัฒนธรรมที่ดีของชุ มชนให้ค งอยู่สื บไป ในอีก แง่หนึ่งการเกิดขึ้นของชุ มชนทาให้เ กิด การพั ฒนาวิธี คิด ทัศนคติ และระบบความรู้ ในการจัด การวิถี ควา มเป็ น ชุมชน โดยเฉพาะการจัดการในการใช้ทรัพยากร และการจัดระบบความสัมพันธ์ในการอยู่ ร่วมกัน อันทาให้เกิ ด การเรียนรู้ รับรู้ และส่งผ่านข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน อีกทั้งทาให้เกิดคุณค่าบางอย่างที่คนในชุมชนสามารถยึ ด โยงและยอมรับร่ วมกัน เพื่อการขับเคลื่ อนชุ มชนก็จ ะไปในทางสร้า งสรรค์ และยั่ งยืน นอกจากนั้นแล้ว ชุมชน จาเป็นต้องตระหนักและคานึงถึงสิทธิข องคนในชุมชนทุก คน โดยรักษาสิทธิหรือประโยชน์หรืออานาจอย่า งใดๆ ด้วยความชอบธรรม ซึ่งกฎหมายให้การรับรองและคุ้มครองไว้ มีกระบวนการยุติธ รรมที่ดาเนินไปภายใต้ ร ะบบ ความสัมพันธ์ ทั้ง แนวตั้ งและแนวนอน เช่น สิทธิของประชาชน สิทธิเกี่ยวกับ ครอบครัว สิทธิในการรับ มร ดก เป็นต้น อีกทั้งชุมชนยังมีการกาหนดหน้าที่ข องคนในชุ มชนให้ยึด ถือปฏิบัติ เช่น การปฏิบัติต นตามกฎระเบี ย บ ของชุมชน การเข้าร่วมกิจกรรมการบาเพ็ญประโยชน์ต่ อชุ มชน การร่วมกันอนุรักษ์ท รัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมในชุมชน เป็นต้น ท้ายที่สุด ชุมชนมีลักษณะความเป็นพลวัต ดังนั้น จึงมีความจาเป็นที่จะต้องเรีย นรู้ และปรับตัวเมื่อมีค วามเปลี่ ยนแปลงเกิดขึ้น ชุมชนต้องมีความเข้มแข็ง เป็นปึกแผ่น ในการเป็นพื้นที่ทางสั ง คม โดยความเป็นชุมชนจะนาไปสู่ความรู้สึกร่วมและกระบวนการของกลุ่มคนที่ มีความเกี่ยวข้ องกับ อุดมการณ์ สิทธิ

اختر الفقرة المستهدفة3