45
คณะกรรมาธิ ก ารได้ อ อกข้ อ แนะน าทั่ วไปเกี่ ย วกั บประเด็ น ตามมาตรา 9 ของ อนุ สั ญ ญา
ระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ทุกรูปแบบ โดยเห็นว่ารัฐภาคีจะต้อง:
ก. รับรองและเคารพความแตกต่า งของชนพื้ น เมื อ งดั้ง เดิ มทางวั ฒนธรรม ประวัติศ าสตร์
ภาษา และวิถีชีวิต ซึ่งรัฐจะต้องให้การส่งเสริมและสงวนรักษาไว้
ข. ทาให้แน่ใจว่าชนพื้นเมือ งดั้ งเดิมจะต้อ งมี อิสระและเสมอภาคในศั กดิ์ ศรี ความเป็ น มนุ ษ ย์
และสิทธิต่าง ๆ โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติใ ด ๆ เพราะเหตุว่าเป็นชนพื้ นเมือ งดั้ ง เดิ ม
หรือเอกลักษณ์เฉพาะตน
ค. กาหนดเงื่อนไขให้ชนพื้นเมืองดั้ง เดิ มได้รับ การอนุญาตใด ๆ เพื่อให้มีเศรษฐกิจอย่างยั่ ง ยื น
และการพัฒนาทางสังคมให้สอดคล้องกับลั กษณะทางวัฒนธรรมของตน
ง. ท าให้ แ น่ ใ จว่ า สมาชิ ก ของชนพื้ น เมื อ งดั้ งเดิ มมี สิ ท ธิ เ ท่ า เทีย มกั น ในการมี ส่ ว นร่ ว มกับ
สาธารณะ และจะต้องไม่ถูกตัดสิน เกี่ยวกับสิทธิ และผลประโยชน์ใ ด ๆ ของพวกเขาโดยที่
มิได้มีการบอกกล่าวและให้ความยินยอมเสียก่อน
จ. ทาให้แน่ใจว่าชุ มชนของชนพื้น เมือ งดั้ งเดิ มสามารถใช้สิ ท ธิใ นทางปฏิ บัติ อ ย่างเป็ น จ ริ ง
เกี่ยวกับจารีต ประเพณี วัฒนธรรม และสงวนไว้ซึ่งภาษาของตน
นอกจากนี้ คณะกรรมาธิก ารเรีย กร้ อ งให้ รัฐ ภาคี ย อมรั บ และปกป้ อ งสิท ธิ ข องชนพื้ น เมือง
ดั้งเดิมในการครอบครอง พัฒนา ควบคุมและใช้ที่ ดิน อาณาเขตและทรั พยากรของชุ มชน และหากถูกลิ ด รอน
ดินแดน และดินแดนที่ชนพื้นเมือ งดั้ งเดิ มเป็นเจ้า ของหรื ออาศัยอยู่หรือ ใช้ โดยปราศจากการยินยอมโดยบอก
กล่าวล่วงหน้า และตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ รัฐจะต้องดาเนินการในการส่งคืนที่ดินและเขตแดนเหล่านั้น โดยไม่
คิดค่าใช้จ่าย หรือรัฐจะต้องชดเชยเยียวยาความเสียหายโดยพลัน ในรูปของการจัดหาที่ดินและดินแดนให้ แ ก่ ช น
พื้นเมืองดั้งเดิม
1.6 แนวโน้มในการน าสิท ธิ ชนพื้น เมื องดั้ง เดิม ตามกฎหมายสิ ท ธิมนุ ษยชนระหว่ างประเทศมาปรั บใช้ กั บ
สิทธิชุมชน
ก. สิทธิในการกาหนดเจตจ านงของตนเอง (Right to self-determination)
ตามแนวทางในการศึ กษาเกี่ ย วกั บ ตราสารระหว่ างประเทศด้ านสิ ท ธิมนุ ษ ยชนและสิ่ ง แวดล้อ มใน
ปัจจุบันสามารถสรุ ปในเบื้ องต้ นได้ ว่า “ชุมชนทั่วไป” ไม่ได้รับการรั บรองให้ มีสิท ธิ มนุ ษ ยชนเป็น พิ เ ศษแยก
ต่างหากจากสิทธิมนุษยชนของปัจเจกบุค คลในชุมชน เว้นแต่ “ชุมชนของชนพื้นเมืองดั้ง เดิ ม” ที่มีแนวทางตาม
กฎหมายระหว่างประเทศที่กาหนดสิ ทธิ ให้ชุ มชนของชนพื้น เมือ งดั้ งเดิ มมี สิท ธิแยกต่า งหากจากสิ ทธิ มนุ ษ ยชน
ของปัจเจกบุคคลในชุมชน เช่น สิทธิในการเลือกการปกครองตนเอง (Right to Self-Determination) สิทธิใน
ดินแดนของบรรพบุรุษ สิทธิในการนับถือศาสนา ใช้ภาษา วัฒนธรรมของชุมชน ฯลฯ
อย่างไรก็ดี การรับรองสิ ทธิ ชุ มชนของ “ชนพื้นเมื อ งดั้ ง เดิ ม” ตามกฎหมายระหว่า งประเทศนั้น มี
เหตุผลอันสาคัญมาจากการที่ชนพื้นเมืองดั้งเดิมเป็นผู้มีสิทธิต่างๆ อยู่ก่อนที่จะมีผู้บุกรุกเข้ามามีอานาจเหนื อ ตน