๓
(๒) การกระทาละเมิดอานาจศาลบางกรณีอาจเป็นการกระทาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ด้วย แต่เนื่องจากกฎหมายไทยถือว่าการลงโทษในความผิดฐานละเมิดอานาจศาลไม่ใช่โทษตามกฎหมายอาญาแต่
เป็นมาตรการพิเศษ ผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานละเมิดอานาจศาลจึงอาจถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาได้
อีก ซึ่งโทษดังกล่าวอาจขัดต่อหลักการไม่ถูกดาเนินคดีหลายครั้ง (Non bis in idem) ดังนั้น เมื่อมีการลงโทษจาคุก
สาหรับความผิดฐานละเมิดอานาจศาลแล้วก็ควรหักออกจากจานวนวันในโทษจาคุกที่ได้รับตามประมวลกฎหมาย
อาญา หากความผิดทางอาญาครั้งเดียวนั้นเป็นความผิดอาญาอีกฐานหนึ่ง
ด้วยเหตุผลความจาเป็นข้างต้น จึงเป็นที่มาของการศึกษาเรื่อง “หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ
บุคคลในกรณีความผิดฐานละเมิดอานาจศาล” เพื่อพัฒนาหลักการคุ้มครองสิทธิและเสรี ภาพของบุคคลในเรื่อง
ดังกล่าวทั้งในเชิงนโยบายและในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อศึกษาหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
๒.๒ เพื่อวิเคราะห์ถึงความสอดคล้องของความผิดฐานละเมิดอานาจศาลของไทยกับกติการะหว่างประเทศ
ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)
๒ .๓ เพื่อจัดทาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิดฐาน
ละเมิดอานาจศาลสาหรับประเทศไทย
๓. สมมติฐานการศึกษา
ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลเป็นบทบัญญัติที่มีขึ้นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและสภาพบังคับของ
ศาล แต่การดาเนินคดีต่อฐานความผิดเรื่องละเมิดอานาจศาลของประเทศไทยในปัจจุบันยังคงมีปัญหาเรื่องความ
สอดคล้องในเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะต่อสนธิสัญญาหรือกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็น
ภาคี จึงควรทาการศึกษาทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติในเรื่องความผิดฐานดังกล่าว เพื่อหาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
และการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย อันจะส่งผลให้การดาเนินคดีละเมิดอานาจศาลในประเทศไทยสามารถรักษาซึ่ง
สภาพบังคับของคาพิพากษาและสอดคล้องกับการรักษาสิทธิมนุษยชนตามแนวทางสากล
๔. ขอบเขตการศึกษา
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เน้นการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลใน
กรณีความผิดฐานละเมิดอานาจศาลที่สอดคล้องกับหลักการและมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน แนวปฏิบัติด้านการ
บริหารงานยุติธรรมในต่างประเทศและมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งจัดทาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและ
ข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในกรณีละเมิดอานาจศาล ทั้งนี้ โดยมีขอบเขตการ
ศึกษาวิจัยและการดาเนินงาน ดังนี้
๔ .๑ ศึกษากฎหมายและแนวปฏิบัติที่ดีในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลในกรณีความผิดฐาน
ละเมิดอานาจศาลที่ส อดคล้ องกับ หลั กการสิทธิมนุษยชน โดยศึกษาเปรียบเทียบกับต่างประเทศอย่างน้อย ๕