ต้องให้ความส�ำคัญในการประกอบการทีต่ อ้ งค�ำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของชุมชน หรือกลุม่ คนทีเ่ กีย่ วข้อง โดยป้องกันความเสีย่ ง
และแก้ไขผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดจากการประกอบธุรกิจ โดยมีหลักการส�ำคัญตามกรอบขององค์การ
สหประชาชาติ๘ ซึ่งรัฐและภาคธุรกิจมีหน้าที่ใน ๓ ด้าน คือ
หน้าที่ในการเยียวยา (Remedy)
หน้าที่ในการเคารพ (Respect)
การประกอบการธุรกิจ (ของภาคธุรกิจและรัฐ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน หรือโครงการ
พัฒนาร่วม อาทิ รัฐวิสาหกิจ) ซึ่งส่งผลกระทบ
ด้านสิทธิมนุษยชนใด ๆ จะต้องมีการเยียวยา
ผู้ได้รับผลกระทบโดยทันที รวดเร็ว และมี
ประสิทธิภาพ ทั้งโดยกระบวนการทางศาล
และกระบวนการทางเลื อ กที่ เ ป็ น กลไก
นอกศาล
การประกอบการธุ ร กิ จ (ของภาคธุ ร กิ จ และรั ฐ
ในส่ ว นที่ เ กี่ ย วข้ อ งกั บ การลงทุ น หรื อ โครงการ
พัฒนาร่วม อาทิ รัฐวิสาหกิจ) ต้องเคารพสิทธิมนุษยชน
ของประชาชนทุกคนที่เกี่ยวข้อง
หน้าที่ในการคุ้มครอง (Protect)
รัฐต้องคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน
ทุกคน
ทัง้ นี้ ในการจัดท�ำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙ ฉบับนี้ ได้ทเี่ สนอ
ข้อมูลทีเ่ ป็นกลาง ปราศจากอคติ หรือมีขอ้ กังขาเกีย่ วกับทีม่ าของข้อมูลให้มากทีส่ ดุ กสม. จึงใช้ขอ้ มูลปฐมภูมทิ ไี่ ด้จากการปฏิบตั งิ าน
โดยตรงทัง้ จากการติดตามตรวจสอบกรณีร้องเรียน การติดตามสอบถามหน่วยงานปฏิบัติ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจน
การปฏิบตั งิ านอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นส่วนส�ำคัญ โดยตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เป็น
ข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ประกอบ น�ำมาประเมินและวิเคราะห์ร่วมกับหลักการส�ำคัญของกฎหมายสิทธิมนุษยชน
ระหว่างประเทศข้างต้น นอกจากนี้ กสม. ยังมีกลไก กระบวนการติดตาม เฝ้าระวัง รายงานและประเมินสถานการณ์ด้าน
สิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของ NHRIs ตามหลักการปารีส รวมทั้งการพัฒนาระบบ
การด�ำเนินงานภายในองค์กร การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบฐานข้อมูล เพื่อให้กลไกการจัดท�ำรายงานการ
ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนมีข้อมูล สถิติ และข้อเท็จจริงอ้างอิงที่น่าเชื่อถือได้มีอย่างมีประสิทธิภาพ
จาก รายงานสรุปการสัมมน���วิชาการระหว่างประเทศ “ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน” เรือ่ ง “การเผยแพร่และการขับเคลือ่ นหลักการชีแ้ นะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
ของสหประชาชาติในประเทศไทย, โดย ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส�ำนักวิจัยและวิชาการ, วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๐.
๙
รายงานผลการพิจารณาค�ำร้อง ๑๑๒๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เรื่องสิทธิชุมชน กรณีโครงการท่าเรือน�้ำลึกและเขตเศรษฐกิจทวาย ในสาธารณรัฐ
แห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการพัฒนา ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวทวาย
๘
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
45
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙
กรอบการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ ในส่วนของหลักการปฏิบัติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย กสม. ยังให้ความส�ำคัญกับการ
ติดตามผลการด�ำเนินงานของรัฐบาลตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ในการผลักดันให้ประเทศไทย
มีมาตรการและแนวทางปฏิบัติอย่างจริงจังในการส่งเสริมให้เอกชนมีความรับผิดชอบต่อสังคมและเคารพหลักพื้นฐานด้าน
สิทธิมนุษยชนในการลงทุนทั้งที่เกิดในประเทศ รวมถึงการลงทุนสัญชาติไทยในต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะ
เชิงนโยบายของ กสม.๙ และยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๘ - ๒๕๖๐)
บทที่
๑