พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน กว่า ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชทรงให้ความส�ำคัญต่อเรือ่ งสิทธิมนุษยชน ของประชาชนในทุก ๆ ด้าน เริม่ ตัง้ แต่สทิ ธิทางการศึกษา พระองค์ทา่ นไม่เพียงแต่พระราชทานพระราชทรัพย์สว่ นพระองค์สร้างโรงเรียน จิตรลดา ซึง่ เป็นโรงเรียนราษฎร์ในเขตพระราชฐานทีเ่ ปิดโอกาสให้ประชาชนทัว่ ไปได้เข้าเรียนแล้ว ยังพระราชทานพระราชทรัพย์ ส่วนพระองค์จดั ตัง้ โรงเรียนในพืน้ ทีห่ า่ งไกลหลายแห่ง ทรงจัดตัง้ “โรงเรียนพระดาบส” ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เพือ่ จัดการการศึกษา ให้กับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะผู้ยากจนและทุพพลภาพได้มีโอกาสฝึกอาชีพ ทรงโปรดฯ ให้ฟื้นฟูการพระราชทานทุนเล่าเรียน หลวงที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มไว้ ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ “ทุนอานันทมหิดล” ให้แก่เยาวชนไทย ที่เรียนดี ได้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศเพื่อน�ำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมือง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชยังมีพระมหากรุณาธิคณ ุ โปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดท�ำ “สารานุกรมไทย” ส�ำหรับเยาวชน ซึ่งรวบรวมความรู้ทั่วไปที่เหมาะสมแก่เยาวชนและบุคคลทั่วไปขึ้น โดยมี พระราชด�ำริให้แบ่งการจัดท�ำเนื้อหาของสารานุกรมออกเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ สารานุกรมส�ำหรับเด็กอายุต�่ำกว่า ๑๐ ขวบ ส�ำหรับเด็ก ๑๐ – ๑๕ ปี และส�ำหรับเด็กอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป เพื่อให้เยาวชนไทยได้มีแหล่งความรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเหมาะสมกับช่วงพัฒนาการของวัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเล็งเห็นถึงความจ�ำเป็นในสิทธิท�ำกินของราษฎร โดยเฉพาะ ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ยากล�ำบาก ความจ�ำเป็นที่จะลดพฤติกรรมเสี่ยงจากการปลูกฝิ่น อันจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ จึงทรงพระราชทานความรูใ้ นการปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาวให้แก่ชาวเขา และ ทรงจัดตั้งมูลนิธิโครงการหลวงขึ้นเพื่อดูแลโครงการดังกล่าว ด้วยพระปรีชาสามารถ จึงท�ำให้ปริมาณการปลูกฝิ่นในพื้นที่ ภาคเหนือลดลงได้ถงึ ร้อยละ ๘๕ ชาวเขามีความเป็นอยูท่ ดี่ ขี นึ้ สามารถน�ำผลผลิตขายออกสูต่ ลาดได้อย่างกว้างขวางจนพากัน ถวายพระราชสมัญญาของพระองค์ท่านว่า “เจ้าพ่อหลวง” และในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ โครงการหลวงยังได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาความเข้าใจอันด���ระหว่างประเทศด้วย เพื่อสร้างสิทธิความเป็นอยู่เท่าเทียมกัน ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ไม่นานนัก พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชได้พระราชทาน “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เพือ่ ให้ชาวไทยทุกกลุม่ ทุกระดับมีความเป็นอยู่ ทีพ่ อดีสามารถพึง่ พาตนเองได้ ท่ามกลางวิกฤตทางการเงินและผลกระทบจากระบบทุนนิยมเสรี ดังเคยมีพระราชด�ำรัสแก่คณะบุคคล ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ว่า “...ความพอเพียงนีไ้ ม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนัน้ มันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอ�ำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก...” (๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๐) “…ค�ำว่าเศรษฐกิจพอเพียงนีไ้ ม่มใี นต�ำรา... ให้ปฏิบตั เิ พียงครึง่ เดียว คือไม่ตอ้ งทัง้ หมด หรือแม้จะเศษหนึง่ ส่วนสีก่ พ็ อ ไม่ได้แปลว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของพื้นที่ แต่เศษหนึ่งส่วนสี่ของการกระท�ำ... พอเพียงแปลว่า Self-sufficiency (พึ่งตนเอง) พอเพียงแก่ตนเอง แต่ความจริงเศรษฐกิจพอเพียงนี้กว้างขวางกว่า Self-sufficiency คือ หมายความว่า ผลิตอะไรที่มีพอใช้ ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตัวเอง ....” (๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑) รายงานผลการประเมินสถานการณ์ 9 ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๕๙

اختر الفقرة المستهدفة3