1. การก�ำหนดองค์ประกอบของสถาบันระดับชาติและ
การแต่งตั้งสมาชิกของสถาบัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีการเลือกตั้งหรือ
ด้วยวิธีการอื่นใด จะต้องเป็นกระบวนการที่มีหลักประกันที่จะ
ท�ำให้มั่นใจได้ว่าสถาบันจะเป็นตัวแทนที่หลากหลายของพลัง
ทางสังคม (หรือภาคประชาสังคม) ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง
และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ�ำนาจที่จะ
ท�ำให้สถาบันได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีกับตัวแทนของกลุ่ม
ต่างๆ หรือโดยผ่านการเข้าร่วมของตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
(ก) องค์การเอกชนที่ท�ำงานเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน
และการขจัดการเลือกปฏิบตั ทิ างเชือ้ ชาติ สหภาพแรงงาน องค์กร
ด้านสังคมและวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมทนายความ
แพทย์ สื่อมวลชน และนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง
(ข) กระแสแนวคิดด้านปรัชญาหรือศาสนา
(ค) ม��าวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
(ง) รัฐสภา
(จ) หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ (หากมีผู้แทนหน่วยงาน
ภาครัฐ ควรมีส่วนร่วมในการพิจารณาในฐานะให้ค�ำแนะน�ำ
ปรึกษาเท่านั้น)
องค์ประกอบและ
หลักประกันในความ
เป็นอิสระและความ
หลากหลาย
2. สถาบั น แห่ ง ชาติ จ ะต้ อ งมี โ ครงสร้ า ง
พื้ น ฐานที่ เ หมาะสมที่ จ ะท� ำ ให้ ส ามารถด� ำ เนิ น
กิจกรรมได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมี
งบประมาณที่เพียงพอ การมีงบประมาณดังกล่าว
ก็เพื่อให้สถาบันแห่งชาติสามารถมีเจ้าหน้าที่และ
อาคารที่ท�ำการเป็นของตนเอง เพื่อความเป็นอิสระ
จากรัฐบาลและไม่อยูภ่ ายใต้การควบคุมทางการเงิน
ที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระของสถาบันได้
3. เพื่อประกันว่าสมาชิกของสถาบันแห่งชาติจะมีอาณัติในการปฏิบัติงานที่มั่นคง ซึ่งหากปราศจากเรื่องนี้ จะไม่
สามารถมีความเป็นอิสระได้อย่างแท้จริง การแต่งตั้งสมาชิกจึงต้องเกิดจากการด�ำเนินการอย่างเป็นทางการ โดยมีการ
ก�ำหนดระยะเวลาของการปฏิบัติงานตามอาณัติที่ชัดเจน บุคคลอาจได้รับมอบหมายให้ด�ำรงต�ำแหน่งซ�้ำอีกได้ หากการ
กระท�ำเช่นนั้นไม่กระทบต่อความหลากหลายของสมาชิกภาพของสถาบัน
21
มาตรฐานและแนวทางการด�ำเนินงานของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ