รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖ กสม. พิจารณาเห็นว่า การกำ�หนดแบบทรงผมของนักเรียนตามที่กำ �หนดไว้ใน กฎกระทรวงฯ แม้เป็นการจำ�กัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล แต่ในพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๖๔ กำ � หนดให้ นั ก เรี ย นและนั ก ศึ ก ษาต้ อ งประพฤติ ต นตามระเบี ย บของโรงเรี ย นหรื อ สถานศึกษา และกฎกระทรวงดังกล่าวถือเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะที่มีผลใช้บังคับเป็นการ ทั่วไป และเป็นการกระทำ�เท่าที่จำ�เป็นเพื่อส่งเสริมความประพฤติของนักเรียนและไม่เป็นการกระทบ กระเทือนต่อสาระสำ�คัญแห่งสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงใช้บังคับได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๙ ของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๐ ส่ ว นกรณี ที่ โรงเรี ย นบางแห่ ง อนุ ญ าต ให้นักเรียนสามารถไว้ผมยาวได้เป็นการเฉพาะรายนั้น เนื่องจากมีเหตุผลความจำ�เป็น เช่น นักเรียนที่ เรียนนาฏศิลป์ นักเรียนที่มีเหตุผลความจำ�เป็นทางด้านศาสนา หรือมีเหตุผลความจำ�เป็นทางด้านสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งมีเหตุผลความจำ�เป็นตามสภาพของนักเรียนเป็นการเฉพาะรายตามความเหมาะสม ถือเป็น การปฏิบัติต่อเด็กโดยคำ�นึงถึงความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดของนักเรียน ดังนั้น เพื่อให้กฎกระทรวง ดั ง กล่ า วสอดคล้ อ งกั บ มาตรา ๒๒ แห่ ง พระราชบั ญ ญั ติ คุ้ ม ครองเด็ ก พ.ศ. ๒๕๔๖ รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพันธกรณีระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการจึงควร พิ จ ารณาทบทวนปรั บ ปรุ ง และแก้ ไขกฎกระทรวง โดยยกเลิ ก กฎกระทรวงที่ ใช้ อ ยู่ ใ นปั จ จุ บั น และออก กฎกระทรวงฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยคำ�นึงถึงศักดิ์ศร��� ความเป็นมนุษย์และประโยชน์สูงสุดของเด็กนักเรียน รวมทั้งให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อ กำ�หนดให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานกลางเกี่ยวกับเรื่องแบบทรงผมของนักเรียน ให้โรงเรียน หรือสถานศึก ษาปฏิบัติไ ปในทิศ ทางเดียวกัน สามารถกำ�หนดหลักเกณฑ์แ ละข้อยกเว้นได้ตามเหตุ ผล ความจำ�เป็น ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ซึ่งจากข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้รับที่จะไปพิจารณาทบทวนซึ่งอยู่ระหว่างการดำ�เนินการ (๔) สถานการณ์เด็กทางการศึกษา มีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิได้กล่าวถึงกลุ่มและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางสังคม ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการของรัฐ จำ�นวนประมาณ ๕ ล้านคน กลุ่มเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคันมีจำ�นวน มากกว่า ๑.๒ ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเข้าสู่การถูกใช้เป็นแรงงานเด็ก บางส่วนออกมาเป็นเด็กเร่ร่อน ซึ่ง ปั จ จุ บั น มี ป ระมาณ ๓๐,๐๐๐ คน และเด็ ก เหล่ า นี้ เข้ า ไปเกี่ ย วข้ อ งกั บ ยาเสพติ ด อบายมุ ข การก่ อ อาชญากรรม การขายบริการทางเพศ รับจ้างติดคุก ซึ่งปัญหายังขาดนโยบายและแนวทางการช่วยเหลือ ที่คำ�นึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก (๕) การยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก จากนโยบายปฏิรูปการศึกษาที่มีเป้าหมายที่จะยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก จำ�นวน ๗,๐๐๐ โรงเรียน ภายในปี ๒๕๖๑ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ร้อยละ ๓ ต่อปี และอัตราครูต่อนักเรียน ๑ : ๒๐ ประเด็นการยุบ ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอย่าง 79

اختر الفقرة المستهدفة3

الاتصال بفقرة
Connect to an entity
Disable highlights
أضف إلى جدول المحتويات