22
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๖
ข้อกังวลของผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำ�ไปประกอบการพิจารณาดำ�เนินการในขั้นตอนต่อไป และมีข้อเสนอแนะว่า
หลังจากที่พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว หน่วยงาน
ที่ เ กี่ ย วข้ อ งควรเร่ ง ออกกฎเกณฑ์ ร องรั บ การคื น สั ญ ชาติ ใ ห้ ค นไทยพลั ด ถิ่ น โดยเร็ ว และควรเผยแพร่
รายละเอี ย ดและขั้ น ตอนในการยื่ น ขอคื น สั ญ ชาติ ใ ห้ แ ก่ ค นไทยพลั ด ถิ่ น ได้ รั บ ทราบอย่ า งทั่ ว ถึ ง แต่ ใ น
ปี ๒๕๕๖ ไม่มีการดำ�เนินการเกี่ยวกับคนไทยพลัดถิ่น ทำ�ให้คนไทยพลัดถิ่นนอกเขตเทือกเขาตะนาวศรี
ยังไม่สามารถขอสัญชาติไทยได้เลย
๔. สิทธิของบุคคลหลากหลายทางเพศ
ปัจจุบันสังคมไทยมีความเข้าใจ ให้การยอมรับและเคารพในเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค
ของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในบางมิติและเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ซึ่งการส่งเสริม ปกป้อง
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศยังคงจำ�เป็นต้องมีการขับเคลื่อนสิทธิ
ในประเด็นต่างๆ ให้ปรากฏหรือเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น อาทิ การส่งเสริมให้บุคคลในครอบครัว
เข้าใจและยอมรับต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศมากขึ้น การส่งเสริมให้สถาบันการศึ��ษาทุกแห่ง
ปฏิบัติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศด้วยความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ
การส่งเสริมให้หน่วยงานหรือสถานประกอบการเคารพต่อสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล
ที่มีความหลากหลายทางเพศโดยไม่เลือกปฏิบัติในการประกอบอาชีพ การผลักดันให้มีการออกกฎหมาย
รับรองการจดทะเบียนคู่ชีวิตให้มีผลบังคับใช้ ดังเช่นในหลายประเทศที่ได้รับรองสิทธิการมีคู่ชีวิตของ
บุ ค คลเพศเดี ย วกั น และกฎหมายรั บ รองการเปลี่ ย นคำ � นำ � หน้ า นามในบุ ค คลที่ มี ก ารเปลี่ ย นแปลงของ
ร่างกายให้เป็นเพศตามเจตจำ�นงของตนเอง เป็นต้น
สถานการณ์สิทธิมนุษยชน
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อพิจารณาการดำ�เนินการของหน่วยงานรัฐด้านความมั่นคงในการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้าน
ความมั่ น คง ๓ ฉบั บ ได้ แ ก่ พระราชบั ญ ญั ติ ก ฎอั ย การศึ ก พุ ท ธศั ก ราช ๒๔๕๗ พระราชกำ � หนดการ
บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน
ราชอาณาจั ก ร พ.ศ. ๒๕๕๑ ในพื้ น ที่ จั ง หวั ด ชายแดนภาคใต้ ซึ่ ง บทบั ญ ญั ติ ข องกฎหมายดั ง กล่ า วที่ ใ ห้
เจ้าหน้าที่รัฐผู้ดำ�เนินการตามกฎหมายดังกล่าวนั้น ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย
ส่ ง ผลให้ เ กิ ด ปั ญ หาในทางปฏิ บั ติ ที่ อ าจนำ � ไปสู่ ก ารละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน จากกรณี ที่ กสม. ได้ รั บ เรื่ อ ง