บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ หลักกำรและเหตุผล
“ไร่หมุนเวียน” คือ ภาพสะท้อนหรือเป็นตัวแทนสาคัญของคนกะเหรี่ยงหรือปกาเกอญอที่มิได้
เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งทางการเกษตร แต่คือวัฒนธรรมที่หล่อรวมและผสานสัมพันธ์กับแต่ละมิติของวิถี
ชีวิต ทั้งด้านการทามาหาเลี้ยงชีพ มิติเชิงเศรษฐกิจ ด้านการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ มิติด้าน
สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน มิติด้านองค์ความรู้ ภูมิปัญญา ความเชื่อ จิตวิญญาณ รวมถึง
มายาคติและมิติความสัมพันธ์ในเชิงอานาจอันสะท้อนได้จากการดาเนินนโยบายของรัฐหลายยุคสมัย
จนถึงปัจจุบันวิถีการทาไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยงกาลังเผชิญผลกระทบต่อเนื่องและปรับเปลี่ยน ลด
น้อยหายไปตามเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจากนโยบายรัฐหรือแม้แต่โลกทัศน์ของคนกะเหรี่ยง
เองก็ตาม
คนกะเหรี่ยง หรือ “ปกาเกอะญอ” ซึ่งมีความหมายว่า “คน” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจานวนมาก
ที่สุดในประเทศไทย สันนิษฐานว่าอพยพเคลื่อนย้ายมาจากบริเวณแถบมองโกเลียเข้าสู่พื้นที่ประเทศไทย
ช่วงปลายศตวรรษที่ ๑๘ หรือในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว๑ คนกะเหรี่ยงเป็นกลุ่ม
ชาติ พั นธุ์ ที่ มี ประวั ติ ศาสตร์ มายาวนาน มี วิ ถี ความเชื่ อ วั ฒนธรรมที่ มี ลั กษณะเด่ นชั ด โดยข้ อมู ลจาก
สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล๒ เมื่อปี ๒๕๔๗ พบว่า มีจานวน
ชุมชนกะเหรี่ยงอยู่ประมาณ ๑,๙๑๒ หมู่บ้าน/ชุมชน มีจานวนประชากร ๔๓๘,๑๓๑ คน โดยกระจายตัวอยู่
ในแถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลาพูน ลาปาง ตาก สุโขทัย แพร่ กาแพงเพชร อุทัยธานี
กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และสุพรรณบุรี แต่อย่างไรก็ตามกลับพบว่าชุมชนกะเหรี่ยง
ต่างก็เผชิญปัญหาสาคัญในหลายด้านไม่ต่างจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในประเทศ อาทิ ปัญหาสถานะบุคคล
ทางกฎหมาย ที่ทาให้เสียสิทธิและขาดโอกาสในการพัฒนาหลายด้าน ปัญหาการตั้งถิ่นฐานและการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาการสูญเสียวัฒนธรรม ฯลฯ
การเปลี่ ย นแปลงที่ เ กิ ด ขึ้ น กั บ วิ ถี ไ ร่ ห มุ น เวีย นของคนกะเหรี่ ย ง เป็ น ปรากฎการณ์ ส าคั ญ ที่
เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน/ชาติพันธุ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ทัศนคติของ
สังคม นโยบายรัฐ รวมถึงกระแสด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล จึงจาเป็นอย่างยิ่งต่อการร่วมตระหนักอย่าง
จริงจังในระดับสังคม ดังจะเห็นได้จากข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ใน
หลายกรณี ซึ่งส่ วนใหญ่ เป็ นประเด็ นปั ญหากรณี พิ พาทเรื�� องที่ ดิ นและความขั ดแย้ งระหว่ างชุ มชนและ
เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสะท้อนมายาคติด้านลบที่มีต่อการทาไร่หมุนเวียน การเตรียมประกาศหรือการประกาศพื้นที่
เขตป่าประเภทต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทับซ้อนพื้นที่ไร่หมุนเวียนของชุมชน หรือ
ถูกจับกุมดาเนินคดีเมื่อเข้าไปทาประโยชน์ในพื้นที่ไร่หมุนเวียนที่มีอายุมาก (แปลงไร่ซากหรือไร่เหล่าที่อยู่
ระหว่างช่วงพักฟื้น) การถูกจากัดวงรอบของการทาไร่หมุนเวียนให้สั้นลง ตลอดจนปัญหาสิทธิมนุษยชนหลาย
ด้าน อาทิ สิทธิในที่ดินทากิน สิทธิในการพัฒนา สิทธิในการกาหนดเจตจานงของตนเอง เป็นต้น ซึ่งปัญหา
ดูเพิ่มเติมที่ http://www.royalprojectthailand.com/karen
อ้างในแผนแม่บทการพัฒนากลุ่มชาติพนั ธุ์ในประเทศไทย (พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๐) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://www.chatipan.dsdw.go.th/pdf/F001.pdf
๑
๒
๑