ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๕๗ จึงเป็นกรณีที่อยู่ในอ�ำนาจของคณะกรรมการฯ ที่จะสามารถตรวจสอบได้ โดย
อาศัยอ�ำนาจตามพระราชบัญญัตคิ ณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๓ ระเบียบคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน พ.ศ. ๒๕๔๕ ตามรายงาน
ผลการพิจารณา ที่ ๓๕๗-๓๖๒/๒๕๕๘ สรุปข้อเท็จจริงได้ ดังนี้
กลุม่ สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ชีแ้ จงว่าได้พจิ ารณาใบสมัครของผูส้ มัครสอบและแจ้งเตือน
ทางเว็บไซต์ ตัง้ แต่วนั ที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ ให้ผสู้ มัครสอบทีส่ ง่ เอกสารไม่ครบทางไปรษณียด์ ว่ นพิเศษ ภายในวันที่
๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ซึง่ มีผสู้ มัครทีส่ ง่ เอกสารไม่ครบได้สง่ เอกสารมาเพิม่ ในช่วงเวลาดังกล่าวจ�ำนวน ๗๔ รายและมีสทิ ธิ
เข้าสอบ คงเหลือผู้สมัครที่ส่งเอกสารไม่ครบอยู่ ๑๔๘ รายถูกตัดสิทธิ ซึ่งกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
(กสพท.) ยืนยันว่าได้พยายามผ่อนปรนให้ผสู้ มัครอย่างเต็มความสามารถ เพือ่ มุง่ สร้างแพทย์และทันตแพทย์ทดี่ สี ำ� หรับ
ประเทศชาติและประชาคมโลก อย่างไรก็ตาม การด�ำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ต้องมีเงื่อนไขเงื่อนเวลาก�ำกับเพื่อ
ให้สามารถด�ำเนินการขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ทางกลุ่มฯ ได้ยึดหลักความโปร่งใส ยุติธรรมและตรวจสอบ
ได้ ส�ำหรับผู้สมัครที่ปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามระเบียบ หรือขาดความพร้อมในการเข้าสอบในรอบนี้ ยังสามารถเข้ารับ
การคัดเลือกผ่านกลุ่มสถาบันฯ ได้อีกในปีการศึกษาต่อไป
เมือ่ วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ยนื่ ฟ้องประธานกลุม่ สถาบันแพทยศาสตร์
แห่งประเทศไทย (กสพท.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ ๑ และฟ้องกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) เป็นผู้
ถูกฟ้องที่ ๒ ต่อศาลปกครองให้ยกเลิกประกาศของกลุ่มฯ รวมทั้งการกระท�ำใด ๆ ที่มีผลเป็นการตัดสิทธิผู้ร้องมิให้
มีสิทธิสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ และสั่งให้ประธานฯ และกลุ่มฯ จัดให้ผู้ร้องมีสิทธิสอบคัด
เลือกบุคคลเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์ในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ด้วย อีกทั้งขอให้ศาลปกครองสั่งบังคับทุเลา
ประกาศและการกระท�ำของกลุ่มฯ ไว้เป็นชั่วคราวอีกด้วย
ศาลปกครองมีค�ำสั่งคดีหมายเลขด�ำที่ ๑๖๗๐, ๑๖๗๑/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ โดยศาลปกครอง
กลางได้มีค�ำสั่งทุเลาการบังคับตามค�ำสั่งของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยที่แจ้งว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิสอบ
คัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตผ่านกลุ่มสถาบัน
แพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ตามมาตรา ๖๖ ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ
วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบข้อ ๗๒ วรรคสาม แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล
ปกครองสูงสุด พ.ศ. ๒๕๕๓
ศาลปกครองมีค�ำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๐-๓๑๑/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยศาล
ปกครองมีคำ� พิพากษายกฟ้อง เพราะเหตุทวี่ า่ ประกาศของกลุม่ สถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๑ เรือ่ ง
หลักเกณฑ์การสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ผ่านระบบรับตรง ของกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย มิได้จ�ำกัดสิทธิผู้ร้อง
ในอันที่จะสมัครสอบคัดเลือกตามประกาศดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ร้องจะมีสิทธิเข้าสอบคัดเลือกนั้นต้อง
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก�ำหนดในประกาศนั้นด้วย เมื่อผู้ร้องมิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธี
การและเงือ่ นไขดังกล่าว การทีผ่ รู้ อ้ งถูกตัดสิทธิเข้าสอบจึงมิใช่เป็นการเลือกปฏิบตั โิ ดยไม่เป็นธรรม หรือเป็นการ
จ�ำกัดสิทธิในการได้รับการพัฒนาสติปัญญา หรือเป็นการจ�ำกัดสิทธิเสรีภาพทางการศึกษาอบรมหรือการเรียน ตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๒ แต่อย่างใด และ
ค�ำสั่งทุเลาการบังคับตามค�ำสั่งฯ เป็นอันสิ้นผลนับแต่มีค�ำพิพากษา
50