กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
งานวิจยั นีจ้ งึ ได้ศกึ ษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีเกีย่ วกับหลักความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบตั ิ ในกรอบ
ของกฎหมายสิทธิมนุษยชน อันปรากฏจากกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กฎหมายสิทธิมนุษยชนระดับภูมภิ าค
และกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยน�ำมาสร้างเป็นกรอบแนวคิดเพื่อการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการเลือก
ปฏิบัติ โดยมีปัจจัยพิจารณาหลัก ๒ ประการ คือ
๑) เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ (Grounds of Discrimination, Protected Ground) การปฏิบัติที่
แตกต่างกันจะจัดเป็นการเลือกปฏิบัติซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อการปฏิบัตินั้นเกี่ยวข้องกับ “เหตุแห่ง
การเลือกปฏิบัติ” เมื่อพิจารณาหลักกฎหมายระหว่างประเทศพบว่า เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติมีการระบุไว้ เช่น กติกา
ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ก�ำหนดเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติครอบคลุม “เชื้อชาติ สีผิว
เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นใด ชาติหรือสังคมดั้งเดิม ทรัพย์สิน ก�ำเนิด หรือ
สถานะอื่น”1
๒) มิติของการเลือกปฏิบัติ (Area of Discrimination, Area Covered) การปฏิบัติที่แตกต่างกัน
อันเกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ หรือเรียกได้ว่าเกิดขึ้นในมิติต่าง ๆ ของบุคคล
ในการด�ำเนินชีวิต เช่น การท�ำงาน การศึกษา การจ้างงาน บริการภาครัฐ การประกอบธุรกิจ การประกอบวิชาชีพ การ
เป็นสมาชิกองค์กร สินค้าและบริการในภาคเอกชน การประชุมสัมมนา กิจกรรมสาธารณะ เป็นต้น จะเห็นได้ว่ามิติของ
การเลือกปฏิบัติอาจมีความเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
นอกจากปัจจัยทั้งสองประการแล้ว จากการศึกษากฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายต่างประเทศพบว่า
ได้มีการก�ำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อพิจารณาว่าการปฏิบัตินั้นเป็นเพียงการปฏิบัติแตกต่างกันอันสามารถท�ำได้
หรือเป็นการเลือกปฏิบัติซึ่งขัดต่อกฎหมาย โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีตัวอย่างเช่น หลักขอบแห่งดุลพินิจ (Margin of
Appreciation) การชั่งน�้ำหนักกับผลประโยชน์อื่น มาตรการยืนยันสิทธิเชิงบวก (Affirmative Action) เป็นต้น ด้วย
เหตุนี้ งานวิจยั นีจ้ งึ น�ำปัจจัยเกีย่ วกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบตั แิ ละมิตแิ ห่งการเลือกปฏิบตั ิ ประกอบกับหลักเกณฑ์ดงั กล่าว
มาประกอบกันเป็นกรอบการวิเคราะห์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติท่ีแตกต่างกัน (Distinction / Differentiation)
เพื่อสามารถจ�ำแนกว่ากรณีใดเป็นกรณีของการเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกรณีใดไม่อยู่ในขอบเขต
การเลือกปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ งานวิจยั ฉบับนีจ้ ะได้ศกึ ษาต่อไปว่า การเลือกปฏิบตั ทิ อี่ ยูใ่ นขอบเขตของกฎหมายสิทธิมนุษยชนนัน้
ตามกฎหมายภายในของไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มีขอบเขตครอบคลุมอย่างเหมาะสมหรือไม่ ประการใด โดยการศึกษา
เปรียบเทียบกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และกฎหมายต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาขอบเขต
ความครอบคลุมดังกล่าว ผู้วิจัยจะได้น�ำประเด็นเฉพาะต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติมาวิเคราะห์ เช่น การเลือก
ปฏิบตั ใิ นกรณีบริการภาครัฐ ปัญหาขอบเขตของกฎหมายในการคุม้ ครองผูถ้ กู เลือกปฏิบตั ใิ น���าคเอกชน การเลือกปฏิบตั ิ
1
From “Social identity, system justification, and social dominance: Commentary on Reicher, Jost et al.,
and Sidanius et al.” by Rubin, M.; Hewstone, M.; et al. (2004). Political Psychology 25 (6), p. 823–844
7