ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ตามความจริงได้ ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๔ (๒) แต่ทางกรมการปกครอง
ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่า ได้พิจารณาใบรับรองแพทย์และหลักฐานอื่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระบุว่ามี
สภาพเพศก�ำกวมมาตั้งแต่เกิด ซึ่งได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการวินิจฉัยและทดสอบกายภาพ สภาพ
จิตใจ มีลกั ษณะการแสดงออกทางร่างกายแบบหญิง สภาพจิตใจเป็นหญิงชัดเจน และได้รบั การผ่าตัดรักษาโรคตาม
ลักษณะแสดงออกทางร่างกายและจิตใจเป็นหญิงตามก�ำเนิดแล้ว ผู้ร้องย่อมสามารถแก้ไขรายการค�ำน�ำหน้านาม
ตนเองในเอกสารการทะเบียนราษฎร์ให้ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้ โดยยื่นค�ำร้องต่อที่ส�ำนักทะเบียน
อ�ำเภอหรือส�ำนักทะเบียนท้องถิ่นที่ผู้ร้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปัจจุบัน
มติของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิของผูส้ งู อายุ ผูพ้ กิ าร บุคคลหลากหลายทางเพศ และการสาธารณสุข พิจารณา
จากค�ำร้องและเอกสารหลักฐานเห็นว่ากรณีของผู้ร้องอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะด�ำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลทะเบียน
ประวัติราษฎร เพื่อให้ถูกต้องตามความเป็นจริง ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๔
(๒) ซึ่งเป็นการปฏิบัติต่อบุคคลในการให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ จึงแจ้งไปยังผู้ร้องให้ด�ำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอเปลี่ยน
ค�ำน�ำหน้านามจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาค�ำร้องและรายงานของคณะอนุกรรมการฯ แล้วเห็นว่า
ผู้ร้องมีสภาพเพศก�ำกวมมาตั้งแต่ก�ำเนิด แต่ได้รับการรักษาผ่าตัดให้เป็นเพศหญิงแล้ว และกรมการปกครอง
เห็นว่าผูร้ อ้ งอยูใ่ นหลักเกณฑ์ทจี่ ะเปลีย่ นค�ำน�ำหน้านามได้ให้ตรงกับสภาพเพศทีแ่ ท้จริงขอตนเองได้ เพือ่ ให้สามารถ
ใช้ชีวิตความเป็นอยู่ทั้งร่างกายและจิตใจตามความจริงได้ตามปกติ ซึ่งผู้ร้องได้ด�ำเนินการยื่นขอแก้ไขค�ำน�ำหน้านาม
ให้ตรงกับความเป็นจริงเรียบร้อยแล้ว จึงเห็นควรยุติเรื่อง
๒๕
ค�ำร้องที่ ๔๙/๒๕๕๘: กรณีร้องเรียนเกี่ยวกับสถานะทางบุคคลของกลุ่มชาติพันธุ์
ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่านาย ว. ถือบัตรประจ�ำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะ
ทางทะเบียน และมีชาติพันธุ์ม้ง นาย ว. มีบุตร ๕ คน ที่เกิดในประเทศไทยมีบัตรประจ�ำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทาง
ทะเบียนเช่นกัน นาย ว. ต้องการให้บุตรมีสัญชาติไทยจึงขอให้ช่วยเหลือ
คณะอนุกรรมการด้านสิทธิเด็ก สตรี คนพิการ และความเสมอภาคของบุคคล และคณะอนุกรรมการด้านสถานะ
บุคคลและสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ และแรงงานข้ามชาติ ซึ่งพิจารณาค�ำร้องแล้วเห็นว่า นาย ว. ยังไม่ได้ยื่นค�ำร้อง
เกี่ยวกับงานทะเบียนต่อหน่วยงานที่มีอ�ำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแต่อย่างใด ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่ยังไม่มีการละเมิด
สิทธิมนุษยชน คณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นควรให้ยุติเรื่อง
อย่างไรก็ตาม เพือ่ ประโยชน์แก่การคุม้ ครองสิทธิมนุษยชน หากมีขอ้ มูลว่านาย ว. หรือบุพการีเป็นชาวไทยภูเขา
ดั้งเดิมติ���แผ่นดิน เห็นควรให้นาย ว. ด�ำเนินการขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร์ตามระเบียบส�ำนัก
ทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎร์ให้แก่บุคคลพื้นที่สูง พ.ศ. ๒๕๔๓
โดยหากนาย ว. ได้รับการพิจารณาให้ลงรายการสัญชาติดังกล่าว บุตรของนาย ว. ทั้ง ๕ คน ก็สามารถขอเพิ่มชื่อ
62