ค�ำน�ำ หลักการเรื่องความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ได้ถูกกล่าวถึงตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ จนกระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้มีความพยายามของประเทศสมาชิกในการบรรจุแนวคิด เรื่อง “ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ” ลงในกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter) ในปี ๑๙๔๕ หลักการที่ว่านี้ ได้ถูกถ่ายทอดลงมา ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ในปี ๑๙๔๘ และได้ถูกน�ำมาบรรจุไว้ในสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ด้านสิทธิมนุษยชนหลายฉบับ เพื่อสร้างให้เกิดพันธกรณีที่รัฐจะต้องด�ำเนินการ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมคณะกรรมการประจ�ำกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิทาง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ในสมัยประชุมที่ ๕๕ ได้มีข้อสังเกตเชิงสรุปเกี่ยวกับรายงานการปฏิบัติตาม อนุสัญญาของประเทศไทย รอบที่ ๒ ประเด็นการไม่เลือกปฏิบัติ โดยแนะน�ำให้ประเทศไทยออกกฎหมายต่อต้านการ เลือกปฏิบัติที่เป็นองค์รวม ให้ครอบคลุมสาเหตุของการเลือกปฏิบัติตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒ ของกติกาฯ แม้ประเทศไทยจะได้วางหลักเรื่องความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย แต่ข้อมูลจากการศึกษาประเด็นค�ำร้องที่มีมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่า ยังมีปัญหาที่เกิดจาก การถูกเลือกปฏิบัติจ�ำนวนมาก โดยสามารถจ�ำแนกสภาพการเลือกปฏิบัติออกเป็น ๔ ประเด็น ได้แก่ (๑) การจ้างงาน และการประกอบอาชีพ (๒) การศึกษาและฝึกอบรม (๓) การเข้าถึงบริการสาธารณะและบริการสังคม และ (๔) การ คุ้มครองจากการได้รับการปฏิบัติที่ท�ำให้เกิดความพึงพอใจน้อยกว่าการปฏิบัติต่อคนอื่นในที่สาธารณะ รวมถึงการใช้ ถ้อยค�ำเพื่อให้เกิดการดูหมิ่นเกลียดชัง (Hate Speech) จากเหตุผลดังกล่าว ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจงึ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยมี รองศาสตราจารย์คณาธิป ทองรวีวงศ์ เป็นหัวหน้าโครงการ ด�ำเนินการศึกษาวิจยั เรือ่ ง “กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ” เพื่อท�ำการทบทวนวรรณกรรม วิเคราะห์ สังเคราะห์ เปรียบเทียบความรู้จากกฎหมายระหว่าง ประเทศ กรอบแนวคิด ความเห็น ข้อเสนอแนะของกลไกสหประชาชาติดา้ นสิทธิมนุษยชน และกลไกด้านสิทธิมนุษยชน ระดับภูมิภาค เกี่ยวกับความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ตลอดจนศึกษา วิเคราะห์สภาพการเลือกปฏิบัติ เหตุแห่ง การเลือกปฏิบัติ ประเด็นหรือมิติของการเลือกปฏิบัติในประเทศไทย รวมถึงกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดท�ำเป็น ข้อเสนอ มาตรฐาน และแนวทางในการก�ำหนดให้มีกติกากลางว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ ในการ เป็ น มาตรฐานขั้ น ต�่ ำ ที่ จ ะประกั น ความเป็นธรรมในการให้การคุ้มครองแก่บุคคลตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยรายงานการศึกษาวิจัยฉบับนี้ได้ถูกปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แล้วด้วย ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังเป็นอย่างยิง่ ว่า รายงานการศึกษาวิจยั นี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ รวมถึงประชาชนที่สนใจในการขับเคลื่อนเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติต่อไป ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กันยายน ๒๕๖๐

اختر الفقرة المستهدفة3