ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
บางอย่าง กฎหมายต่างประเทศก�ำหนดไว้โดยเฉพาะ แต่ส�ำหรับประเทศไทยยังไม่มีการก�ำหนดเฉพาะ เช่น ประวัติการ
กระท�ำความผิดทางอาญา เป็นต้น ซึ่งแม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่พบว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
หรือเป็นการเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม เหตุนี้อาจยังเป็นที่ถกเถียงและมีประเด็นเกี่ยวกับหลักคุณสมบัติความจ�ำเป็น
ส�ำหรับงานนั้นด้วย
ดังนั้น จะเห็นได้ว่ากฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุมการเลือกปฏิบัติในขอบเขตของกฎหมาย
สิทธิมนุษยชน เนื่องจากขาดกฎหมายกลางที่จะใช้กับกรณีที่นอกเหนือจากขอบเขตของกฎหมายเฉพาะดังกล่าว อันจะ
น�ำไปสู่ข้อเสนอแนะต่อไป
(๓) รูปแบบการบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติ (Model of Discrimination Laws)
ผลการศึกษาวิเคราะห์หลักกฎหมายต่างประเทศ พบว่า มีรูปแบบการบัญญัติกฎหมายที่แตกต่างกัน
ในการวางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความเท่าเทียมกันและการห้ามเลือกปฏิบัติ ผู้วิจัยจึงได้ท�ำการจ�ำแนกตัวแบบ (Model)
ของการก�ำหนดกฎหมาย โดยพิจารณาจากปัจจัยส�ำคัญ ๒ ประการ ได้แก่ เหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ (Grounds of
Discrimination) และมิติของการเลือกปฏิบัติ (Area of Discrimination) ซึ่งอาจจ�ำแนกได้ ๓ รูปแบบหลัก ดังนี้
รูปแบบที่ ๑ บัญญัติกฎหมายเฉพาะฉบับเดียวเกี่ยวกับการห้ามเลือกปฏิบัติ ซึ่งมีลักษณะเป็นกฎหมาย
กลาง กล่าวคือ ครอบคลุมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติหลายเหตุ และครอบคลุมมิติของการเลือกปฏิบัติหลายมิติ เช่น การ
ตรากฎหมายสิทธิมนุษยชน วางหลักห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ อายุ เชื้อชาติ สีผิว โดยครอบคลุมการเลือก
ปฏิบัติในมิติการจ้างแรงงาน การศึกษา การได้รับบริการและสินค้า
รูปแบบที่ ๒ บัญญัติกฎหมายเฉพาะหลา���ฉบับ แต่ละฉบับครอบคลุมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติเฉพาะ
บางเหตุ และครอบคลุมมิติของการเลือกปฏิบัติเฉพาะบางมิติ ส�ำหรับในรูปแบบนี้ ยังอาจจ�ำแนกพิจารณาได้ ๓ กรณี
ย่อย ได้แก่
• กรณีแรก กฎหมายที่คุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติเพียงเหตุเดียว และครอบคลุมมิติของการเลือก
ปฏิบตั เิ พียงมิตเิ ดียว เช่น กฎหมายคุม้ ครองการเลือกปฏิบตั ติ อ่ คนพิการในการศึกษา กฎหมายลักษณะนี้
จะครอบคลุมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติเฉพาะเหตุด้านความพิการ และครอบคลุมมิติของการเลือก
ปฏิบัติเฉพาะมิติทางการศึกษา
• กรณีที่สอง กฎหมายที่คุ้มครองเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติเพียงเหตุเดียว แต่ครอบคลุมมิติของการเลือก
ปฏิบัติหลายมิติ เช่น กฎหมายคุ้มครองการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ โดยมีขอบเขตห้ามเลือกปฏิบัติต่อ
คนพิการในหลายมิติ เช่น การศึกษา การจ้างแรงงาน การเข้าถึงสินค้าและบริการ
• กรณีที่สาม กฎหมายที่มีขอบเขตเฉพาะการเลือกปฏิบัติมิติหนึ่ง แต่ครอบคลุมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ
หลายเหตุ เช่น กฎหมายเฉพาะเกี่ยวกับแรงงาน วางหลักห้ามการเลือกปฏิบัติด้านแรงงานด้วยเหตุ
แห่งเพศ ความพิการ อายุ ศาสนา เป็นต้น
รูปแบบที่ ๓ มีลักษณะผสมผสานระหว่างรูปแบบที่ ๑ และ รูปแบบที่ ๒ กล่าวคือ มีการก�ำหนดกฎหมาย
กลางที่ครอบคลุมเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติหลายเหตุ และครอบคลุมมิติของการเลือกปฏิบัติหลายมิติ อย่างไรก็ตาม
นอกจากกฎหมายกลางนี้แล้ว ยังมีกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่มีลักษณะเป็นกฎหมายเฉพาะส�ำหรับการห้ามเลือกปฏิบัติ
ในบางมิติ หรือบางเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ จากการศึกษาพบว่า การบัญญัติกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติใน
ต่างประเทศ มักจะใช้รูปแบบที่ ๓
14