ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓.๒ การบังคับใช้สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมขององค์การระหว่างประเทศด้านสิทธิ มนุษยชนแห่งภูมิภาคอเมริกา ๓.๒.๑ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งภูมิภาคอเมริกา (Inter-American Court of Human Rights) อนุสัญญาหลักในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา ได้แก่ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แห่งอเมริกา (The American Convention on Human Rights) ซึ่งได้ก�ำหนดกรอบพันธกรณีของรัฐภาคีในการที่จะต้อง รับรองและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนประเภทต่าง ๆ เช่น สิทธิในการมีชีวิต (Right to Life) สิทธิในการได้รับการปฏิบัติอย่าง มีมนุษยธรรม (Right to Human Treatment) และสิทธิในเสรีภาพส่วนบุคคล (Right to Personal Liberty) เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อให้สิทธิมนุษยชนภายใต้อนุสัญญาฉบับนี้ได้รับการคุ้มครองและสามารถบังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึง มีระบบการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา (Inter-American System of Human Rights) อันประกอบด้วย องค์กรหลักที่มีบทบาทในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๒ องค์กร ได้แก่ ศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา (InterAmerican Court of Human Rights) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา (Inter-American Commission on Human Rights)75 ทัง้ นี้ แม้ทงั้ สององค์กรจะมีบทบาทในการพิจารณาข้อพิพาทเกีย่ วกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่คำ� วินจิ ฉัย ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมภิ าคอเมริกาจะมีสถานะเป็นเพียงข้อเสนอแนะ (Recommendation)76 ในขณะที่ ค�ำชี้ขาดของศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาจะมีสถานะเป็นค�ำพิพากษาผูกพันคู่พิพาทซึ่งเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญา ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกา77 และสามารถก�ำหนดค่าชดเชยซึ่งจ�ำเลยที่แพ้คดีจะต้องชดใช��ให้แก่ผู้เสียหายได้ 78 อย่างไรก็ดี ค�ำชี้ขาดของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา แม้จะมีสถานะเป็นเพียงข้อเสนอแนะ แต่ก็มี ความส�ำคัญในการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของแนวทางการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอเมริกา เพียงแต่ค�ำชี้ขาด ดังกล่าวไม่มีผลผูกพันและไม่สามารถบังคับการเยียวยาความเสียหายหรือก�ำหนดบทลงโทษได้ อนึ่ง หากประชาชนผู้ใดหรือกลุ่มใดต้องการร้องเรียนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชน ประชาชนผู้นั้นหรือกลุ่มนั้นไม่สามารถยื่นข้อพิพาทต่อศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาได้เองโดยตรง เนื่องจากผู้มีสิทธิร้องต่อศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา ได้แก่ รัฐภาคี และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค อเมริกาเท่านัน้ 79 ส่วนองค์กรทีป่ ระชาชนของรัฐภาคีสามารถยืน่ ข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทเกีย่ วกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้เองโดยตรง คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา80 ซึ่งคณะกรรมการจะด�ำเนินการพิจารณาว่าเป็น กรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ หากเป็นกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการจะพยายามหาหนทาง ในการยุติข้อพิพาท โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาเป็นผู้มีดุลพินิจในการพิจารณาส่งข้อพิพาท ดังกล่าวขึ้นสู่ศาล81 75 From “American Convention on Human Rights 1969 - Article 13” by United Nations Treaty Series 1144 129 I.L.M. 673 (entered into force July 18, 1978). Retrieved from https://treaties.un.org/pages/Content.aspx?path=DB/ UNTS/pageIntro_en.xml. 76 Article 41 of the American Convention on Human Rights. 77 Article 62 of the American Convention on Human Rights. 78 Article 63 of the American Convention on Human Rights. 79 Article 61.1 of the American Convention on Human Rights. 80 Article 44 of the American Convention on Human Rights. 81 Article 48 -51 of the American Convention on Human Rights. 88

اختر الفقرة المستهدفة3